Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยรับโจทก์ทั้งหกเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่ตลอดมาไม่เป็นการผูกมัดจำเลยว่าจะต้องให้โจทก์ทั้งหกทำงานในตำแหน่งนั้น ตลอดไป งานในตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่แผนกห้องผ้าหรือซักรีดและงานตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดต่างก็ใช้พนักงานระดับต่ำสุดเป็นงานระดับเดียวกันไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเป็นพิเศษ พนักงานสามารถสับเปลี่ยนแผนกได้ จำเลยย้ายโจทก์ไปอยู่แผนกทำความสะอาดเพราะพนักงานรีดผ้าโดยเครื่องอัตโนมัติที่ติดตั้งใหม่ไม่ต้องใช้ความชำนาญมากและมีพนักงานจากบริษัทอื่นรับจ้างทำหน้าที่ดังกล่าวในค่าจ้างที่ถูกกว่า เป็นเรื่องที่จำเลยจัดการบริหารงานบุคคลเพื่อลดค่าใช้จ่ายค่าจ้างและผลประโยชน์ของโจทก์ทั้งหกก็มิได้ลดลงเมื่อย้ายแผนก และไม่ปรากฏว่าการที่จำเลยย้ายโจทก์ทั้งหกเป็นการกลั่นแกล้ง จึงไม่ถือเป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้าง จำเลยมีอำนาจทำได้คดีทั้งหกสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

การที่จำเลยรับโจทก์ทั้งหกเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่ตลอดมาไม่เป็นการผูกมัดจำเลยว่าจะต้องให้โจทก์ทั้งหกทำงานในตำแหน่งนั้น ตลอดไป งานในตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่แผนกห้องผ้าหรือซักรีดและงานตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดต่างก็ใช้พนักงานระดับต่ำสุดเป็นงานระดับเดียวกันไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเป็นพิเศษ พนักงานสามารถสับเปลี่ยนแผนกได้ จำเลยย้ายโจทก์ไปอยู่แผนกทำความสะอาดเพราะพนักงานรีดผ้าโดยเครื่องอัตโนมัติที่ติดตั้งใหม่ไม่ต้องใช้ความชำนาญมากและมีพนักงานจากบริษัทอื่นรับจ้างทำหน้าที่ดังกล่าวในค่าจ้างที่ถูกกว่า เป็นเรื่องที่จำเลยจัดการบริหารงานบุคคลเพื่อลดค่าใช้จ่ายค่าจ้างและผลประโยชน์ของโจทก์ทั้งหกก็มิได้ลดลงเมื่อย้ายแผนก และไม่ปรากฏว่าการที่จำเลยย้ายโจทก์ทั้งหกเป็นการกลั่นแกล้ง จึงไม่ถือเป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้าง จำเลยมีอำนาจทำได้คดีทั้งหกสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 6โจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างของจำเลยโดยสมัครทำงานตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่ แผนกห้องผ้าจำเลยมีคำสั่งย้ายโจทก์ทั้งหกไปทำงานตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดทั่วไปแผนกแม่บ้าน อันเป็นคำสั่งที่เปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างโดยมิชอบด้วยกฎหมายและผิดสัญญาจ้างเพราะเป็นงานที่มีลักษณะต่ำกว่าที่ทำอยู่เดิม ขอให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งย้ายตำแหน่งหน้าที่และให้โจทก์ทั้งหกกลับทำงานตำแหน่งเดิม โดยให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งหก พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งหกสำนวนให้การว่า

โจทก์ทั้งหกเป็นพนักงานประเภททั่วไประดับ 7 ไม่ใช่พนักงานผู้มีหน้าที่โดยเฉพาะเจาะจง เป็นพนักงานที่ใช้ฝีมือน้อยที่สุด มีหน้าที่ดูแลงานทั่วไป และงานอื่น ๆที่จำเป็น โจทก์ทั้งหกมีหน้าที่ป้อนผ้าเข้าเครื่องรีดและพับผ้าที่ออกจากเครื่องรีดผ้า ต่อมาจำเลยซื้อเครื่องจักรใหม่มาใช้ในกิจการซึ่งเป็นเครื่องรีดผ้าและพับผ้าด้วยโดยอัตโนมัติ งานที่โจทก์ทั้งหกต้องทำจึงลดลง จำเลยจึงหมุนเวียนหน้าที่ของโจทก์ทั้งหกจากแผนกหนึ่งไปยังแผนกหนึ่งซึ่งเป็นงานในระดับเดียวกันรายได้ไม่ต่ำกว่าเดิม ซึ่งเป็นอำนาจในการจัดการบริหารงานของจำเลย และไม่ขัดต่อสัญญาจ้าง ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและข้อบังคับการทำงาน การหมุนเวียนหน้าที่ของโจทก์ทั้งหกดังกล่าวไม่ทำให้โจทก์ทั้งหกเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธว่าโจทก์ทั้งหกสมัครงานกับจำเลยในตำแหน่งหน้าที่พนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่ และจำเลยตกลงรับโจทก์เข้าทำงานในหน้าที่ดังกล่าว โจทก์ทั้งหกทำงานในตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่ต้นไม่เคยถูกโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่ ตำแหน่งหน้าที่การทำงานของโจทก์ทั้งหกย่อมเป็นสภาพการจ้าง คำสั่งย้ายตำแหน่งหน้าที่โจทก์ทั้งหกจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ และโจทก์ทั้งหกได้รับความเสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ไม่ปรากฏว่ามีสัญญาหรือมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ห้ามโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งของโจทก์ทั้งหก แม้ตามสำเนาใบสมัครงานของโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 3 และโจทก์ที่ 5 เอกสารหมาย จ.1,จ.3, จ.6 และ จ.10 ตามลำดับ จะระบุว่าโจทก์ที่ 1 สมัครทำงานในตำแหน่งพนักงานห้องซักผ้า โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 3 และโจทก์ที่ 5สมัครทำงานในตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่ก็ตาม ก็เป็นเรื่องโจทก์แสดงความประสงค์จะทำงานในตำแหน่งดังกล่าวเท่านั้น ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ประกาศรับสมัครพนักงานในตำแหน่งดังกล่าวเมื่อจำเลยรับโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 เข้าทำงานและให้ทำงานในตำแหน่งงานรีดผ้าเครื่องใหญ่

ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ทำสัญญาว่าจะให้โจทก์ทั้งสี่ดังกล่าวทำงานในตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่อย่างเดียว เช่นเดียวกับเมื่อจำเลยรับโจทก์ที่ 4 และโจทก์ที่ 6เข้าทำงาน โดยเฉพาะโจทก์ที่ 4 และโจทก์ที่ 6 นั้นเมื่อสมัครเข้าทำงานกับจำเลยก็มิได้ระบุว่าจะขอทำงานในตำแหน่งใด แผนกใดดังสำเนาใบสมัครเอกสารหมาย จ.8 และ จ.13 ตามลำดับ ดังนี้การที่จำเลยจะรับโจทก์ทั้งหกเข้าทำงานและให้ทำงานในตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่ตลอดมา ก็ไม่เป็นการผูกมัดจำเลยว่าจะต้องให้โจทก์ทั้งหกทำงานในตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่ตลอดไป นอกจากนี้งานในตำแหน่งพนักงานรีดผ้าเครื่องใหญ่แผนกห้องผ้าหรือซักรีดและตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด แผนกทำความสะอาดต่างก็ใช้พนักงานระดับ 7 ซึ่งเป็นพนักงานระดับต่ำสุดของจำเลยและเป็นพนักงานที่ใช้ฝีมือน้อยที่สุด

ดังปรากฏในคู่มือสำหรับพนักงานของจำเลยเอกสารหมายล.1 แสดงว่า งานของทั้งสองแผนกอยู่ในระดับเดียวกัน และเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเป็นพิเศษ พนักงานในแผนกหนึ่งย่อมสามารถสับเปลี่ยนไปทำงานอีกแผนกหนึ่งได้ เหตุที่จำเลยย้ายโจทก์ไปอยู่แผนกทำความสะอาดก็เพราะพนักงานรีดผ้าโดยเครื่องรีดและพับผ้าอัตโนมัติที่จำเลยติดตั้งใหม่ไม่ต้องใช้ความชำนาญมากดังแต่ก่อนและมีพนักงานจากบริษัทอื่นรับจ้างจำเลยทำหน้าที่ดังกล่าว โดยจำเลยเสียค่าจ้างเพียงคนละ 3,000 บาท ถึง 4,000 บาท ต่อเดือน ส่วนโจทก์ทั้งหกรับเงินเดือนเฉลี่ยต่ำสุด 6,000 บาท สูงสุด 12,000 บาทเห็นได้ว่า เป็นเรื่องที่จำเลยจัดการบริหารงานบุคคลเพื่อลดค่าใช้จ่ายของจำเลย ส่วนค่าจ้างและผลประโยชน์ต่าง ๆ ของโจทก์ทั้งหกเมื่อย้ายไปอยู่แผนกทำความสะอาดก็มิได้ลดลงกว่าเดิม ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ส่อแสดงให้เห็นว่า ที่จำเลยย้ายโจทก์ทั้งหกไปอยู่แผนกทำความสะอาดนี้เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ทั้งหก จากข้อเท็จจริงต่าง ๆ ดังได้กล่าวมา

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยย้ายโจทก์ทั้งหกจากแผนกห้องผ้าหรือซักรีดไปอยู่แผนกทำความสะอาดนั้น ไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้างของโจทก์ทั้งหก จำเลยมีอำนาจกระทำได้ไม่ถือว่าโจทก์ทั้งหกได้รับความเสียหาย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811-818/2529ระหว่างนางมานิตย์ ม่วงศรี กับพวก โจทก์บริษัทแสงทวีอุตสาหกรรมจักรกล จำกัด จำเลย ที่โจทก์ทั้งหกอ้างมาในอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหกฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต พรายภู่ · ปรีชา ธนานันท์ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2539 (เลขอ้างอิง 1579)

โจทก์ทั้งสิบสี่และคนงานอื่นรวม190คนผละงานประท้วงเมื่อวันที่21กรกฎาคม2538เวลาประมาณ8นาฬิกาซึ่งเป็นวันทำงานโดยไม่แจ้งข้อเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเป็นหนังสือและไม่มีรายชื่อและลาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7420/2537

ลูกจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานให้แก่นายจ้างตามสัญญาจ้าง การที่นายจ้างยังไม่ได้ประกาศจ่ายเงินโบนัสแก่ลูกจ้าง ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้สิทธิแก่ลูกจ้างในการที่จะประท้วงด้วยการหยุดงาน การประท้วงหยุดงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7433/2560

ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 ให้ความหมายของสัญญาจ้างไว้ในทำนองเดียวกันว่า สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15031/2558

การที่โจทก์ได้รับมอบหมายให้เข้าไปดำเนินการปลดธงชาติและธงเฉลิมพระเกียรติซึ่งต้องมีการปฏิบัติงานภายในห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลย การที่โจทก์ใช้กุญแจอาคารเปิดเข้าห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลยเพื่อป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8785/2550

โจทก์เป็นหนึ่งในผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทจำเลยและเป็นผู้ถือหุ้นมาตั้งแต่เริ่มบริษัทจำนวน 16,000 หุ้น เป็นอันดับสามจากผู้ถือหุ้น 8 คน แต่ในปี 2544 ถือหุ้นจำนวน 40,000 หุ้น เป็นอันดับหนึ่ง และเป็นกรรมการ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้