Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกามีตรายางประทับข้อความว่า ให้มาทราบคำสั่งทุก 7 วัน ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งโดยชอบแล้ว โดยทนายจำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ตอนท้ายข้อความดังกล่าว ทั้งการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเป็นคำสั่งของผู้พิพากษา ซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องถือว่าทนายจำเลยทราบคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว โดยศาลชั้นต้นไม่ต้องแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยทราบอีก และข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย หาใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่อาจยื่นเรื่องขอให้อัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่ขยายให้ฎีกาแต่อย่างใดไม่ การที่ทนายจำเลยไม่ได้ดำเนินการดังกล่าวภายในระยะเวลาฎีกา ย่อมเป็นความบกพร่องของทนายจำเลยเอง จึงไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาฎีกาให้จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 3 เดือน ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังวันที่ 7 มิถุนายน 2554 ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2554 ครั้นวันที่ 4 สิงหาคม 2554 จำเลยยื่นฎีกาพร้อมยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2554 วันที่ 21 กันยายน 2554 จำเลยยื่นคำร้องว่า ตามคำร้องขอรับรองฎีกาจำเลยยังคงขอใช้สิทธิให้อัยการสูงสุดพิจารณารับรองฎีกา เมื่อปรากฏว่าไม่มีผู้พิพากษาคนใดอนุญาตให้จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นชอบที่จะแจ้งคำสั่งให้จำเลยหรือทนายจำเลยทราบก่อนมีคำสั่งรับหรือไม่รับฎีกาของจำเลย เพื่อจำเลยจะได้ใช้สิทธิตามกฎหมายส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่าจะรับรองให้ฎีกาหรือไม่ แต่ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งคำสั่งการไม่อนุญาตให้ฎีกาของผู้พิพากษาให้จำเลยทราบ และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงเป็นการพิจารณาและมีคำสั่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกา และขอเวลาอีก 3 เดือนเพื่อคัดสำนวนคดีเสนออัยการสูงสุดรับรองฎีกาต่อไป

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า การขอให้อัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 เป็นหน้าที่ของผู้ขอที่ต้องไปดำเนินการเอง ศาลไม่มีหน้าที่ส่งให้ นอกจากนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้พิพากษาพิจารณาสั่งการขออนุญาตฎีกาเสร็จก่อนจึงจะมีสิทธิไปยื่นขอต่ออัยการสูงสุด คู่ความที่ประสงค์จะฎีกามีหน้าที่ต้องไปดำเนินการเอง ภายในเวลาที่มีสิทธิยื่นฎีกาได้ คดีนี้จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ส่วนทนายจำเลยลงชื่อมารับทราบคำสั่งทุก 7 วัน ในคำร้องขออนุญาตฎีกาและในฎีกาแล้ว จึงถือว่าทราบคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ฎีกาและคำสั่งไม่รับฎีกาโดยชอบแล้ว ไม่มีการพิจารณาที่ผิดระเบียบ และไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาตามที่ขอมา ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่แจ้งคำสั่งของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงให้จำเลยทราบ และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ในคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกามีตรายางประทับข้อความว่า ให้มาทราบคำสั่งทุก 7 วัน ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งโดยชอบแล้ว โดยทนายจำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ตอนท้ายข้อความดังกล่าว ทั้งการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเป็นคำสั่งของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องถือว่าทนายจำเลยทราบคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้วโดยศาลชั้นต้นไม่ต้องแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยทราบอีก และข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยหาใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่อาจยื่นเรื่องขอให้อัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่ขยายให้ฎีกาแต่อย่างใดไม่

การที่ทนายจำเลยไม่ได้ดำเนินการดังกล่าวภายในระยะเวลาฎีกาย่อมเป็นความบกพร่องของทนายจำเลยเอง จึงไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาฎีกาให้จำเลย และกรณีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีกเพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษานี้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี · พศวัจน์ กนกนาก
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายสิริชัย สุวรรณรัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.4345/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ช.2095/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ช.1393/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3716/2567

โจทก์ร่วมยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขออนุญาตฎีกาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้ ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขออนุญาตฎีกาว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4443/2565

การขอขยายระยะเวลาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลมีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จำเลยยื่นคำร้องขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3571/2562

การพิจารณาว่ามีเหตุที่จะอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ต้องพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ว่า เหตุที่โจทก์อ้างเป็นพฤติการณ์พิเศษหรือไม่ และมีเหตุสุดวิสัยที่โจทก์ไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13718/2558

ศาลชั้นต้นขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้จำเลยถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2557 ต่อมาวันที่ 28 สิงหาคม 2557 ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีก 1 เดือน อ้างเหตุว่ายังไม่ได้รับถ้อยคำสำนวนและคำพิพากษาที่ขอคัดถ่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14953/2558

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 ครบกำหนดที่คู่ความต้องยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 แต่เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2556 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้