Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3555/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

++ เรื่อง มรดก ++ โจทก์ฎีกา ++ โปรดดูย่อจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม ++ เล่มที่ 8 หน้า 124 ++ ++ ขอดูชุดพิเศษโปรดติดต่อห้องบริการเอกสารสำเนาคำพิพากษา (ห้องสมุด) ชั้น 4, 5 ++

คำฟ้องและคำให้การ

เรื่อง มรดก โจทก์ ฎีกาคัดค้าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ลงวันที่ ๒๘ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๑ ศาลฎีกา รับวันที่ ๘ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนายทังไล้ แซ่เตียว เป็นบุตรของนายฮะฮี้ แซ่เตียว แต่ต่างมารดากัน เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๑๐นายฮะฮี้ตาย มีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๕๘ ตำบลบางช้าง(คลองแบ่ง) อำเภอพนัสนิคม (พนัศ) จังหวัดชลบุรี ต่อมานายทังไล้ตายจำเลยที่ ๑ บุตรนายทังไล้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของนายฮะฮี้กับนายทังไล้ตามคำสั่งศาล โจทก์เป็นทายาทของนายฮะฮี้มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินแปลงดังกล่าวกึ่งหนึ่ง แต่จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยที่ ๒ จดทะเบียนโอนทรัพย์มรดกข้างต้นไปเป็นของจำเลยทั้งสอง ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๕๘ ตำบลบางช้าง (คลองแบ่ง)อำเภอพนัสนิคม (พนัศ) จังหวัดชลบุรี เป็นจำนวนเนื้อที่ ๑๒ ไร่๓๒ ตารางวา และให้จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิรับมรดกที่ดินพิพาทเนื่องจากหลังจากนายฮะฮี้ตาย ได้มีการตกลงแบ่งทรัพย์มรดกแล้ว โดยโจทก์ไม่รับที่ดินพิพาทและยอมยกที่ดินดังกล่าวให้จำเลยทั้งสองเนื้อที่ ๒๒ ไร่๖๔ ตารางวา ส่วนที่เหลือ ๒ ไร่ ให้จำเลยทั้งสองกับนายสินธู สินธุวงษ์บุตรโจทก์นำไปใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอนุสรณ์สำหรับฝังอัฐิของนายฮะฮี้ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยทั้งสองเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ทางพิจารณาจำเลยนำสืบว่า จำเลยทั้งสองเป็นบุตรของนายทังไล้ แซ่เตียว กับนางชูกิมหรือชูอิม แซ่เตียว นายทังไล้เป็นบุตรของนายฮะฮี้กับนางเม่งเช็ง แซ่เตียวส่วนโจทก์เป็นบุตรของนายฮะฮี้กับนางถั่วงอก แซ่เตียว นายฮะฮี้มีทรัพย์สินเป็นที่ดิน ๓ แปลง คือที่ดินพิพาทกับที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๐๓๖ และ ๖๒๗๗นายฮะฮี้ตายเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๑๐ หลังจากนั้นทายาทของนายฮะฮี้ตกลงแบ่งทรัพย์มรดกกัน โดยโจทก์และมารดาโจทก์ยอมรับที่ดินโฉนดเลขที่๖๐๓๖ และ ๖๒๗๗ ส่วนที่ดินพิพาทโจทก์และมารดาโจทก์สละสิทธิไม่รับมรดกแต่มีเงื่อนไขให้แบ่งที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๒ ไร่ ไว้สำหรับจัดสร้างอนุสรณ์ฝังอัฐินายฮะฮี้ ตามเอกสารหมาย

ล.๔ ต่อมาวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๑๐ ได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๐๓๖ และ ๖๒๗๗ ให้แก่นางถั่วงอก และวันที่ ๑๙ มิถุนายน๒๕๑๐ นางถั่วงอกได้โอนที่ดินทั้งสองแปลงให้แก่โจทก์และนายสินธู สินธุวงษ์บุตรโจทก์ ในปี ๒๕๒๓ โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงจะโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ ๑ จึงให้จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของนายทังไล้ และให้โจทก์ยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของนายฮะฮี้ โดยขอให้ตั้งจำเลยที่ ๑เป็นผู้จัดการมรดก ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของนายฮะฮี้และนายทังไล้ตามคำร้อง ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทมาเป็นของจำเลยทั้งสองตามที่ตกลงกัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาท โจทก์นำสืบว่า นายฮะฮี้มีที่ดิน ๓ แปลง

ได้ยกที่ดิน ๒ แปลงให้แก่นางถั่วงอก มารดาโจทก์ และยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ หลังจากนายฮะฮี้ตายโจทก์ตกลงแบ่งที่ดินพิพาทจำนวน ๒ ไร่ ทำเป็นสุสาน โจทก์ยกให้นายทังไล้ บิดาจำเลยทั้งสองประมาณ ๑๐ ไร่ โดยให้จำเลยที่ ๑เป็นผู้รับมรดกส่วนของนายทังไล้ ส่วนที่เหลือโจทก์ตกลงยกให้นายสมพลแซ่เตียว แต่เนื่องจากนายสมพลเป็นใบ้ จึงตกลงให้นางถั่วงอกเป็นผู้มีสิทธิเก็บกินในที่ดินจนตาย ตามบันทึกเอกสารหมาย ล.๔ หลังจากนั้นประมาณ๑๐ ปี นายสมพลป่วยเป็นโรคประสาท โจทก์จึงขอที่ดินส่วนที่ยกให้นายสมพลคืน เมื่อจำเลยที่ ๑ บรรลุนิติภาวะแล้ว โจทก์ไปติดต่อสำนักงานที่ดินเพื่อโอนที่ดินส่วนที่ยกให้นายทังไล้ให้จำเลยที่ ๑ แต่มีเหตุขัดข้อง โจทก์จึงยื่นคำร้องขอจัดการมรดก โดยขอให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของนายฮะฮี้ส่วนจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของนายทังไล้ด้วย

หลังจากศาลมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของนายฮะฮี้และนายทังไล้แล้วโจทก์ขอให้จำเลยที่ ๑ แบ่งแยกที่ดินพิพาทส่วนที่ขอกลับคืนมาให้แก่โจทก์แต่จำเลยที่ ๑ เพิกเฉย และจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยทั้งสอง

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงได้ความในเบื้องต้นว่า โจทก์และนายทังไล้ แซ่เตียว ซึ่งเป็นบิดาของจำเลยทั้งสอง เป็นบุตรของนายฮะฮี้แซ่เตียว แต่ต่างมารดากัน นายฮะฮี้มีที่ดิน ๓ แปลง คือที่ดินโฉนดเลขที่๖๐๓๖, ๖๒๗๗ และที่ดินพิพาท หลังจากนายฮะฮี้ตายโจทก์และมารดาโจทก์ทำบันทึกสละสิทธิที่ดินพิพาทโดยมีเงื่อนไขให้สร้างอนุสรณ์สำหรับฝังอัฐินายฮะฮี้ในที่ดินแปลงนี้จำนวน ๒ ไร่ ส่วนที่ดินที่เหลืออีก ๒๒ ไร่เศษให้นายสมพล แซ่เตียว และจำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับมรดกร่วมกัน ตามเอกสารหมาย ล.๔

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า บันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย ล.๔ เป็นหนังสือสละมรดกหรือเป็นหนังสือแบ่งมรดก เห็นว่าบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย ล.๔ มีข้อความว่า บันทึกฉบับนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานว่า นางถั่วงอกและนางเพิ่มพูน (โจทก์) ยินยอมสละสิทธิมรดกของนายฮะฮี้ คือที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๕๘ (ที่ดินพิพาท) โดยมีเงื่อนไขว่าให้สร้างอนุสรณ์สำหรับฝังอัฐินายฮะฮี้ในที่ดินแปลงนี้เนื้อที่ ๒ ไร่ ส่วนที่เหลืออีก ๒๒ ไร่เศษ จะให้นายสมพลและเด็กชายธรรมรักษ์ (จำเลยที่ ๑)เป็นผู้รับมรดกร่วมกัน โดยให้จัดการแบ่งแยกและขอรับมรดกต่อเมื่อได้ก่อสร้างอนุสรณ์เสร็จแล้ว จากข้อความในบันทึกฉบับนี้แสดงว่านางถั่วงอกและโจทก์ยอมสละสิทธิในที่ดินพิพาท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องสร้างอนุสรณ์สำหรับฝังอัฐินายฮะฮี้ในที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๒ ไร่ และเจาะจงให้ที่ดินที่เหลือตกแก่นายสมพลและจำเลยที่ ๑ โดยเฉพาะ

บันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย ล.๔ จึงไม่ใช่การสละมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๑๒ และ ๑๖๑๓ เพราะการสละมรดกจะทำแต่เพียงบางส่วนหรือทำโดยมีเงื่อนไขหรือเจตนาให้มรดกนั้นตกได้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่งไม่ได้ นอกจากนี้นางชูกิมหรือชูอิม แซ่เตียว ได้เบิกความถึงที่มาของข้อตกลงดังกล่าวว่า หลังจากนายฮะฮี้ตายแล้ว นางชูกิม นายทังไล้นางถั่วงอก นางเม่งเช็ง และโจทก์ ซึ่งเป็นทายาทนายฮะฮี้ได้เจรจาตกลงกันเกี่ยวกับมรดกของนายฮะฮี้ ในที่สุดตกลงกันได้ตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย ล.๔ ส่วนที่ดินของนายฮะฮี้อีก ๒ แปลง นางถั่วงอกมารดาโจทก์ตกลงเอาไว้เป็นของตน การที่ทายาทของนายฮะฮี้ได้เจรจาตกลงกันเกี่ยวกับที่ดินพิพาทโดยทำบันทึกตามเอกสารหมาย ล.๔ เพื่อเป็นหลักฐานว่านางถั่วงอกและโจทก์สละสิทธิในที่ดินพิพาท เช่นนี้มีลักษณะเป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐ และ ๑๗๕๐ โจทก์จึงฟ้องร้องขอให้แบ่งที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ไม่ได้

ที่โจทก์ฎีกาว่าบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย ล.๔ เป็นหนังสือสละมรดกนั้นฟังไม่ขึ้น และที่อ้างว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงยกเลิกข้อตกลงตามเอกสารหมาย ล.๔ แล้วโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน จึงรับฟังไม่ได้เช่นเดียวกัน และไม่ต้องวินิจฉัยว่าฟ้องขาดอายุความหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนไปที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๔,๐๐๐ บาทแทนจำเลยทั้งสอง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · กนก พรรณรักษา · ชวเลิศ โสภณวัต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้