Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2471

พ.ศ. 2471 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กักขังโดยไม่มีอำนาจแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานทำให้ผู้อื่นเสียหายรอการลงอาญาลักษณพยาน พยานบุคคลจะหักล่างพยานเอกสารไม่ได้ ( พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ยกโทษ การลงอาญาจำคุก )

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนผู้บัญชาการได้สมคบกันกักขังโจทก์ผู้เปนสมุหบัญชีโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประมวลอาญา ม. ๖๔ - ๑๔๕ - ๒๖๘ - ๒๗๐ - ๒๗๑ - ๓๐๓ และประมวลอาญาทหาร ม. ๕๐ - ๓๒ - ๓๐ กรรมการศาลรับสั่งตัดสินทับสัจจ์ศาลทหารบกกลาง ให้ยกฟ้องโจทก์ ทางพิจารณาได้ความว่ามีคำสั่งทหารบกให้โจทก์ออกจากประจำการ และให้ ย. เข้ารับหน้าที่แทน ในการส่งมอบหน้าที่นี้ประจำการ และ ให้ ย. เข้ารับหน้าที่แทน ในการส่งมอบหน้าที่นี้ปรากฏว่ามีใบยืมของทหารในกรณีซึ่งได้ยืมเงินไปจ่ายทดรองในราชการ ๔๑ บาทเศษ จำเลยทั้ง ๒ จึงบังคับให้โจทก์ใช้เงินแทนใบยืมนั้นและให้ส่งเงินเดือนของโจทก์ที่ได้รับไปแล้วคืนมาด้วย แต่โจทก์ไม่ยอม

จำเลยจึงกักขังโจทก์ไว้ โจทก์จึงร้องทุกข์ไปยังแม่ทัพกองทัพน้อยที่ ๑ ขอให้ปล่อย โจทก์ แม่ทัพจึงสั่งให้ จำเลยที่ ๑ ชี้แจงเหตุจำเลยที่ ๑ กลับทำรายงานเท็จเสนอแม่ทัพว่าได้กักขังโจทก์เพราะได้ถอนประกันเสียแล้ว ( ซึ่งความจริงหาได้มีประกันตัวโจทก์ในคดีเรื่องนี้ไม่ แต่จำเลยยกเอาการประกันในคดีอื่นขึ้นกล่าวอันเปนความเท็จ ) ได้ความดังนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตามข้อหา เพราะการที่โจทก์ผู้เปนสมุหบัญชีจะต้องรับผิดใช้เงินตามใบยืมนั้นเปนความรับผิดในทางแพ่งเท่านั้น จำเลยไม่มีอำนาจจะกักขัง โจทก์ได้ แลพยานบุคคลที่จำเลยอ้างมานั้นจะยกขึ้นหักล้างพยานเอกสารไม่ได้ และการที่จำเลย+ความเท็จแจ้งต่อเจ้าพนักงานเปนการทำให้ โจทก์เสียหาย จึงให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ , ๒ กะทง คือตาม ม. ๒๗๐ กับ กฎหมายอาญาทหาร ม. ๕๐ อีกกะทงหนึ่ง ให้ปรับ ๒๐๐ บาท แต่ให้รอการลงอาญาไว้ตาม ม. ๔๑ - ๔๒ ส่วนจำเลยที่ ๒ นั้นได้ทำไปโดยเชื่อว่าตนทำตามคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ผู้เปนผู้บังคับบัญชาโดยมีเหตุผลที่จะเชื่อได้ว่าชอบด้วยกฎหมายจึงให้ยกโทษเสียตาม ม. ๕๒

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศรี · นรเนติ · พิพาก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้