คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ชนะความแล้วยึดทรัพย์จำเลยผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่าทรัพย์บางอย่างเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องแลจำเลยไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน ทางพิจารณาได้ความว่า ผู้ร้องกับจำเลยอยู่กินหลับนอนร่วมกันมาประมาณ ๒๐ ปี และประพฤติต่อกันฉันท์สามีภริยา โดยเปิดเผยตลอดมา แต่ผู้ร้องกับจำเลยเป็นคนญี่ปุ่นแลมิได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.สำหรับแต่งงานคนต่างประเทศ ร.ศ.๑๑๖ ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ฟังว่าผู้ร้องแลจำเลยเป็นภริยาสามีกันแลทรัพย์ที่ยึดเป็นสินบริคณห์จึงให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลฎีกากล่าว-ว่าคดีนี้ฎีกาได้ฉะเพาะข้อกฎหมาย และวินิจฉัยว่าตาม พ.ร.บ.สำหรับแต่งงานคนต่างประเทศ ร.ศ.๑๑๖ ม.๑ บัญญัติถึงพิธีแต่งงานตามกฎหมายสยามก็เพื่อให้คนต่างประเทศทราบและประกอบพิธิแต่งงานตามกฎหมายสยามให้ถูกต้องส่วนมาตรา ๒ และ ๓ บัญญัติถึงวิธีทำหลักฐานให้กฎหมายรับรองโดยเด็ดขาดแน่นอน คือให้เป็นหลักฐานอันผู้ใดจะโต้แย้งหรือสืบหักล้างไม่ได้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่งตามหลักกฎหมายทั่วไปไม่ถือว่าหลักฐานเป็นแบบแห่งความสมบูรณ์ของนิติกรรมหรือสัญญา ทั้ง ม.๒-๓ ก็ไม่ได้บังคับว่าการแต่งงานคนต่างประเทศให้-รับฟังเป็นหลักฐานได้ฉะเพาะการกระทำตามกฎหมายเข้าเกณฑ์แห่งองค์ (๒) แลเห็นว่าการที่จำ-เลยตั้งใจจะคืนในภายหลังหรือไม่ ๆ เป็นข้อสำคัญ
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาว่าจำเลยมีผิดฐานลักษณทรัพย์ที่จะใช้สำหรับราชการตาม ม. ๒๙๔ (๕) ให้จำคุกจำเลย ๖ เดือน