Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3562/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์อายุ 82 ปี ชราภาพมากแล้ว มีค่าใช้จ่ายน้อยโดยเป็นค่าอาหารเพียงเดือนละ 100 บาท ค่าเสื้อผ่าปีละ 200 บาท โจทก์มีบุตรหลายคนช่วยกันอุปการะเลี้ยงดูไม่เดือดร้อน ตามสถานภาพของโจทก์ยังถือไม่ได้ว่าเป็นคนยากไร้ ทั้งจำเลยเองก็เป็นลูกจ้างได้เงินเดือนเพียง 600 บาท มีบุตร 1 คน ต้องเลี้ยงดู ที่ดินที่ได้รับการยกให้จำเลยก็มอบให้ ก. น้องชายจำเลยทำกิน โดยก.ได้นำข้าวที่ได้แบ่งไปเลี้ยงดูโจทก์ด้วย แม้จำเลยจะเป็นบุตร มีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ แต่มิได้อยู่เลี้ยงดูโดยไปทำงานต่างจังหวัดปล่อยให้พี่น้องคนอื่นเลี้ยงดูแทน ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณอันจะเป็นเหตุให้ถอนคืนการให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 531(3)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จำนวน 2 แปลง โจทก์ยกที่ดิน 2 แปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยเสน่หา เป็นเวลา 3 ปีมาแล้ว โจทก์เริ่มมีฐานะยากจนลงประกอบกับมีอายุมากขึ้นไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพได้ ทำให้ขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้าซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต ส่วนจำเลยก็ได้ให้บุคคลอื่นเข้าเช่าทำนาในที่ดินดังกล่าวตลอดมา มีรายได้ค่าเช่าปีละประมาณ 20,000 บาท จำเลยอยู่ในฐานะที่สามารถจะให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ได้ โจทก์ได้ขออาหารและเสื้อผ้าซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็น แต่จำเลยบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของดังกล่าวเป็นเวลา2 ปีแล้ว ถือว่าจำเลยประพฤติเนรคุณโจทก์ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาถอนคืนการให้ซึ่งที่ดิน น.ส.3 ทั้งสองแปลงดังกล่าวตามฟ้องและให้ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวตกเป็นของโจทก์ตามเดิม โดยให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินสองแปลงดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2521 โจทก์ได้จดทะเบียนโอนที่ดิน 2 แปลงคือที่ดินตาม น.ส.3 เอกสารหมาย จ.1 เนื้อที่ 40 ไร่เศษ กับที่ดินตาม น.ส.3 เอกสารหมาย จ.2 เนื้อที่ 9 ไร่เศษ ให้โดยเสน่หาแก่จำเลยซึ่งเป็นบุตร โดยโจทก์ได้ยกที่ดินแปลงอื่นให้แก่บุตรคนอื่น ๆ ด้วยโจทก์คงเหลือบ้านที่ใช้อยู่อาศัยเท่านั้น โดยมีจำเลย บุตรจำเลยและนายมนตรี สีสิทธิ์ บุตรชายของโจทก์พักอาศัยรวมอยู่ด้วยต่อมาเมื่อปี 2526 จำเลยเข้าทำงานเป็นแม่บ้านที่กรุงเทพมหานครได้ค่าจ้างเดือนละ 600 บาท ส่วนที่ดินที่ได้รับการยกให้ทั้งสองแปลงมอบให้นายกุล สีสิทธิ์ น้องชายของจำเลยทำนา จำเลยกลับมาเยี่ยมโจทก์กับบุตรสาวของจำเลยเป็นครั้งคราว โดยจำเลยไม่เคยให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์

ต่อมาเมื่อกลางปี 2530 จำเลยกลับมาเยี่ยมบ้าน โจทก์ได้ทวงที่ดินที่ยกให้ทั้งสองแปลงคืนจำเลยไม่ยอมคืนโจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ ข้อเท็จจริงยังฟังได้จากทางนำสืบของโจทก์อีกว่า โจทก์ซึ่งมีอายุ 82 ปี ไม่ได้ประกอบอาชีพมา 4-5 ปี แล้วโจทก์มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าอาหารเดือนละ 100 บาท ค่าเสื้อผ้าปีละ 200 บาทโจทก์ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบุตรคนอื่น ๆ โดยไม่เดือดร้อนปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยประพฤติเนรคุณโดยบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ผู้ให้ ในเวลาที่โจทก์ยากไร้และจำเลยยังสามารถจะให้ได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ชราภาพมากแล้วมีค่าใช้จ่ายน้อยโดยเป็นค่าอาหารเพียงเดือนละ 100 บาทค่าเสื้อผ้าปีละ 200 บาท

โจทก์มีบุตรหลายคนช่วยกันอุปการะเลี้ยงดูไม่เดือดร้อนตามสถานภาพของโจทก์ยังถือไม่ได้ว่าเป็นคนยากไร้ทั้งจำเลยเองก็เป็นลูกจ้างอยู่ที่กรุงเทพมหานครได้เงินเดือนเพียง600 บาท มีบุตร 1 คน ต้องเลี้ยงดู ที่ดินที่ได้รับการยกให้จำเลยก็มอบให้นายกุลทำกิน โดยนายกุลได้นำข้าวที่ได้แบ่งไปเลี้ยงดูโจทก์ด้วย แม้จำเลยจะเป็นบุตรมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูโจทก์แต่มิได้อยู่เลี้ยงดูโดยไปทำงานที่กรุงเทพมหานครปล่อยให้พี่น้องคนอื่นเลี้ยงดูแทน ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณอันจะเป็นเหตุให้ถอนคืนการให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(3)ดังที่โจทก์กล่าวอ้าง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพ็ง เพ็งนิติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1665/2567

แม้โจทก์มีโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียวที่เบิกความว่า จำเลยด่าทอโจทก์และไล่โจทก์ออกจากบ้าน ไม่มีพยานโจทก์ปากอื่นเบิกความสนับสนุนก็ตาม ซึ่งจำเลยก็นำสืบปฏิเสธว่าไม่ได้ด่าทอโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1975/2562

กรณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) เป็นการเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณด้วยการหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรงนั้น มีความจำเป็นที่โจทก์จะต้องระบุมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 ผู้รับกล่าวถ้อย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8752/2558

การที่จำเลยใช้คำ "อีเฒ่าหัวหงอก" และ "มึง" เป็นสรรพนามในการเรียกโจทก์ผู้เป็นมารดา ซึ่งไม่ปรากฏว่าโดยปกติบุคคลทั่วไปรวมถึงจำเลยใช้สรรพนามดังกล่าวแทนมารดา คำดังกล่าวไม่ได้มีความหมายว่ามารดา แต่มีความหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10552/2557

การที่จำเลยกล่าวต่อโจทก์ซึ่งเป็นบิดาโดยใช้คำว่ามึงกู เป็นคำหยาบไม่ให้ความเคารพโจทก์ ส่วนข้อความที่ว่า "ถ้ากูไม่ช่วยมึง มึงติดคุกไปนานแล้ว" เป็นการกล่าวเพื่อลำเลิกบุญคุณ ที่จำเลยเคยช่วยเหลือโจทก์ในอดีต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2553

ถ้อยคำที่จำเลยด่าโจทก์ว่า "อีแก่ไม่ยุติธรรม มึงทำให้ครอบครัวกูแตกแยก กูจะไม่อยู่กับมึงแล้ว" เป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นโจทก์ซึ่งเป็นอา จำเลยเรียกโจทก์ว่า อีแก่ ขึ้นมึงขึ้นกูกับโจทก์ ย่อมทำให้โจทก์อับอายเส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้