Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3577/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 และทนายโจทก์ทั้งสองทราบวันสุดท้ายที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ ก็ชอบที่จะขวนขวายชำระหรือขอขยายระยะเวลาวางค่าธรรมเนียม การที่โจทก์ที่ 1 และทนายโจทก์ทั้งสองนำเงินค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มไปชำระต่อศาลเมื่อเลยเวลาราชการไปประมาณ 30 นาทีและเจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้รับไว้ นับว่าเป็นความผิดของฝ่ายโจทก์เอง จะอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอไถ่ที่ดิน ซึ่งได้ขายฝากไว้แก่จำเลยอ้างว่าจำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมให้ไถ่ภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยเสียค่าขึ้นศาลมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ไถ่ที่ดินคืนภายในเวลาที่กำหนดที่ดินจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแล้ว

ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของโจทก์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ จึงมีคำสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนราคาทรัพย์ที่กล่าวอ้างในฟ้องภายในกำหนด 10 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นคนยากจน ไม่มีเงินพอที่จะเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มได้และคดีของโจทก์มีทางชนะจำเลยได้ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งงดเรียกค่าขึ้นศาลเพิ่มจากโจทก์จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ทั้งสองไม่ยากจนและมีเงินพอที่จะเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มได้ หากโจทก์ไม่มีเงินเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเพียง 35,000 บาทแล้ว โจทก์จะมีเงินมาขอไถ่ที่ดินพิพาทจากจำเลยจำนวน 1,484,000 บาท ได้อย่างไรศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ทั้งสองหากโจทก์ทั้งสองยังติดใจจะดำเนินคดีก็ให้นำค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งโจทก์ทั้งสองไม่นำค่าขึ้นศาลเพิ่มมาชำระภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องว่า ไม่จงใจทิ้งฟ้อง ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและอนุญาตให้โจทก์ทั้งสองวางค่าขึ้นศาลเพิ่มแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลสั่งจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ทิ้งฟ้องย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้อง รวมทั้งกระบวนพิจารณาอื่น ๆ อันมีมาภายหลังยื่นคำฟ้อง ทำให้คู่ความกลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นคำฟ้องเลย กรณีเช่นนี้ไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ได้ ให้ยกคำร้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของโจทก์ไว้ทำการไต่สวนและมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดีจำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนศาลชั้นต้น ไต่สวนคำร้องฉบับดังกล่าวของโจทก์ทั้งสองแล้วมีคำสั่งว่า ตามทางไต่สวนไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จึงให้ยกคำร้องของโจทก์โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...แม้จะได้ความว่า เมื่อวันที่ 4สิงหาคม 2529 มีฝนตกบริเวณเขตมีนบุรีและเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครแต่ตามคำเบิกความของเรือตรีโกมล บุญเปี่ยม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาในวันดังกล่าวและนายนเรศ อ่อนแตง หัวหน้าแผนกบริการระบบจำหน่ายการไฟฟ้านครหลวง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครพยานจำเลยซึ่งไม่ปรากฏว่ามีส่วนได้เสียในคดีก็พอเชื่อถือได้ว่าในวันดังกล่าวมีฝนตกตามธรรมชาติเพียงเล็กน้อย

ไม่ถึงกับเป็นอุปสรรคในการเดินทางระหว่างเส้นทางดังกล่าว และจะเห็นได้ว่าทนายโจทก์ทั้งสองไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งทนายโจทก์ทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลอ้างเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 10 แต่ประการใด นอกจากนี้โจทก์ที่ 1และทนายโจทก์ทั้งสองก็รับว่าทราบว่าวันที่ 4 สิงหาคม 2529 เป็นวันสุดท้ายที่อาจชำระค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มตามคำสั่งศาลอุทธรณ์จึงชอบที่จะขวนขวายติดต่อหรือนัดหมายชำระค่าธรรมเนียมหรือขอขยายระยะเวลาวางค่าธรรมเนียมแต่เนิ่น ๆ แต่กลับปรากฏว่า โจทก์ที่ 1ซึ่งรับว่าบ้านพักอยู่ห่างศาลจังหวัดมีนบุรีเพียง 6-7 กิโลเมตรกลับละเลยไม่นำเงินซึ่งมีอยู่แล้วไปชำระ และไม่ปรากฏว่าทนายโจทก์ทั้งสองได้เร่งรัดให้ตัวความไปชำระแต่อย่างใด การที่โจทก์ที่ 1และทนายโจทก์ทั้งสองนำเงินค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มไปชำระต่อศาลจังหวัดมีนบุรี เมื่อเลยเวลาราชการไปประมาณ 30 นาที และเจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้รับไว้นับว่าเป็นความผิดของฝ่ายโจทก์เองจะอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยนั้นไม่ชอบด้วยความเป็นธรรมแก่คดี..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · สมชัย ศิริบุตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712254)

เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 1 ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2566 จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบว่าศาลอนุญาตให้ขยายถึงวันใด แต่จำเลยกลับตรวจสอบวันครบกำหนดผิดพลาดไปจึงถือได้ว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3716/2567

โจทก์ร่วมยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขออนุญาตฎีกาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้ ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขออนุญาตฎีกาว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2567

แม้ตามคำร้องขอขยายระยะเวลาของโจทก์จะอ้างเหตุผลอันไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 23 บัญญัติไว้ แต่เมื่อศาลเห็นว่า หากไม่ขยายให้แล้วอาจเสียความเป็นธรรมไป ศาลย่อมมีอำนาจทั่ว ๆ ไปที่จะขยายเวลาให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2567

กำหนดระยะเวลาฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มาตรา 26 วรรคห้า เป็นระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งที่ศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจขยาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้