Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยต้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาภายใน15วันนับแต่วันฟังคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา224แต่ตามคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยกลับขอให้ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อเป็นองค์คณะในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงถือได้ว่าจำเลยมิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาผลคือคดีย่อมยุติลงตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น การขออนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องยื่นเสียก่อนพ้นระยะเวลายื่นฎีกา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 210 ริบของกลางจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 210 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษในหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 เดือนริบของกลางจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 วันที่ 13 ตุลาคม 2537 จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาวันที่ 14พฤศจิกายน 2537 อันเป็นวันครบกำหนดยื่นฎีกา โดยปรากฎว่าวันที่ 13เดือนเดียวกันตรงกับวันอาทิตย์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องฉบับนี้เป็นเรื่องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อเป็นองค์คณะในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่อาจสอบถามทนายจำเลยที่ 1 ได้ว่า จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งไม่รับฎีกาหรือจะขอให้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงให้โอกาสจำเลยที่ 1 ดำเนินการภายใน 10 วัน ว่าจะดำเนินการอย่างไรมิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจคำร้อง ต่อมาวันที่ 8 ธันวาคม 2537จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และในวันเดียวกันนั้นเองจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยื่นฎีกามาประกอบการพิจารณาว่าจะรับรองให้ฎีกาหรือไม่ก่อน ต่อมาวันที่ 9 ธันวาคม 2537จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและขอคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 โดยขอให้ศาลฎีการับฎีกาของจำเลยที่ 1

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1ต้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาภายใน 15 วัน นับแต่วันฟ้องคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224แต่ปรากฎว่าตามคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว กลับขอให้ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อเป็นองค์คณะในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงถือได้ว่าจำเลยที่ 1 มิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา ผลคือคดีย่อมยุติลงตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ส่วนการที่จะขออนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น จะต้องยื่นเสียก่อนพ้นระยะเวลายื่นฎีกา

การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายระยะเวลายื่นฎีกาก็ดี อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ฎีกาในข้อเท็จจริงโดยสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ก็ดี ซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้วทั้งสิ้น จึงไม่อาจทำได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1นั้น จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ ตันติเตมิท · บุญธรรม อยู่พุก · ปรีชา บูรณะไทย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60022)

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้โจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่าฎีกาโจทก์ร่วมเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษ เป็นฎีกาข้อเท็จจริง เมื่อศาลชั้นต้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 704039)

ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 44 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้ผู้ฎีกายื่นคำร้องแสดงเหตุที่ศาลฎีกาควรรับฎี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้