Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3587/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมพร้อมขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อพ้นกำหนดวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนภาษีที่ขอคืนตาม ป.รัษฎากร มาตรา 83 จึงไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตามกฎกระทรวงฉบับที่ 161 (พ.ศ.2526) ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร ข้อ 2 นั้น เห็นว่า กฎกระทรวงดังกล่าว ข้อ 2 วรรคหนึ่งระบุว่า "การคิดดอกเบี้ยตามข้อ 1 จะคิดให้ต่อเมื่อได้มีการยื่นแบบแสดงรายการหรือคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือภายในเวลาที่ได้รับการขยายหรือเลื่อนให้" กรณีของโจทก์ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มครั้งแรกภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้ว ต่อมาโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมพร้อมขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามสิทธิของโจทก์ที่บัญญัติไว้ใน ป.รัษฎากร มาตรา 84 ซึ่งการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมนี้กฎหมายมิได้กำหนดกรอบเวลาไว้ เมื่อโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมดังกล่าวภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีสำหรับเดือนภาษีนั้นตามมาตรา 84/1 (1) จึงถือว่าโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดตามกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขอคืนข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า โจทก์จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลาตาม ป.รัษฎากร มาตรา 83 ด้วย จึงจะมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยนั้นเป็นการขยายความกฎหมายให้เป็นผลร้ายแก่ผู้เสียภาษีอากรซึ่งไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 เมื่อปี 2539 และปี 2542 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 30) เพิ่มเติมสำหรับเดือนภาษีมกราคม พฤษภาคม สิงหาคม กันยายน ธันวาคม 2538 และเดือนภาษีมกราคมถึงธันวาคม 2540 เนื่องจากยอดซื้อและภาษีซื้อที่โจทก์แสดงไว้ในแบบแสดงรายการของเดือนภาษีดังกล่าวที่ยื่นต่อจำเลยไว้เดิมมีจำนวนต่ำเกินไป ในการยื่นแบบแสดงรายการเพิ่มเติมดังกล่าว โจทก์มีสิทธิได้รับคืนเงินภาษีจากจำเลย โจทก์จึงระบุขอคืนภาษีเป็นเงินสดในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มที่โจทก์ยื่นเพิ่มเติมไว้ เมื่อโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 30) เพิ่มเติมแล้ว

ต่อมาเจ้าพนักงานของจำเลยแจ้งให้โจทก์นำส่งเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง และโจทก์ได้ส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานของจำเลยทุกครั้ง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2546 เจ้าพนักงานของจำเลยมีหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 18,842,387.39 บาท และดอกเบี้ย 753,695.48 บาท เนื่องจากเจ้าพนักงานของจำเลยพิจารณาให้ดอกเบี้ยเพียงบางส่วนแก่โจทก์ โจทก์จึงมีหนังสือลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 ขอรับดอกเบี้ยตามกฎหมายจากจำเลยในส่วนที่จำเลยไม่พิจารณาให้ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2546 เจ้าพนักงานของจำเลยกลับมีหนังสือมายังโจทก์รวม 17 ฉบับ ให้โจทก์นำส่งดอกเบี้ยจำนวน 753,695.48 บาท ที่พิจารณาให้แก่โจทก์มาตั้งแต่ต้นคืน โดยกล่าวอ้างว่าการแจ้งคืนดอกเบี้ยตามหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากร 17 ฉบับ

นั้น เป็นการแจ้งคืนผิดพลาด การยื่นแบบ ภ.พ. 30 ฉบับเพิ่มเติมเกินกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ย โจทก์เห็นว่าการพิจารณาของเจ้าพนักงานของจำเลยที่ให้ดอกเบี้ยแก่โจทก์ 753,695.48 บาท ตามหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากร (ดอกเบี้ย) 17 ฉบับ และการพิจารณาของเจ้าพนักงานที่ให้โจทก์ต้องนำส่งดอกเบี้ยคืน 753,695.48 บาท ตามหนังสือแจ้งการสั่งคืนเงินภาษีอากรผิดพลาด 17 ฉบับ นั้น ไม่ถูกต้อง โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากภาษีที่โจทก์ได้รับคืน การที่เจ้าพนักงานของจำเลยไม่ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ตามกฎหมายทั้งยังมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำส่งดอกเบี้ยจำนวน 753,695.48 บาท คืนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยทั้งสิ้น 8,906,785.61 บาท

จำเลยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์แล้ว 753,695.48 บาท จึงยังขาดอยู่อีก 8,153,090.13 บาท ขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งการสั่งคืนเงินภาษีอากรผิดพลาดเลขที่ กค 0710.01/6.3/4488 - 4504 ลงวันที่ 5 กันยายน 2546 จำนวน 17 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 753,695.48 บาท ให้จำเลยชำระเงินค่าดอกเบี้ยอีก 8,153,090.13 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์อีก 4,118,842 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขอคืนหรือไม่

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมพร้อมขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อพ้นกำหนดวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนภาษีที่ขอคืนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 83 จึงไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 161 (พ.ศ.2526) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร ข้อ 2 นั้น เห็นว่า ตามกฎกระทรวงดังกล่าว ข้อ 2 วรรคหนึ่ง ระบุว่า "การคิดดอกเบี้ยตามข้อ 1 จะคิดให้ต่อเมื่อได้มีการยื่นแบบแสดงรายการหรือคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือภายในเวลาที่ได้รับการขยายหรือเลื่อนให้" กรณีของโจทก์ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มครั้งแรกภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้ว

ต่อมาโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมพร้อมขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามสิทธิของโจทก์ที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 84 ซึ่งการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมนี้กฎหมายมิได้กำหนดกรอบเวลาไว้ เมื่อโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมดังกล่าวภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีสำหรับเดือนภาษีนั้นตามมาตรา 84/4 (1) จึงถือว่าโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดตามกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขอคืน ข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า โจทก์จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลาตามประมวลรัษฎากร มาตรา 83 ด้วย จึงจะมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยนั้น เป็นการขยายความกฎหมายให้เป็นผลร้ายแก่ผู้เสียภาษีอากรซึ่งไม่ชอบ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว

อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่โจทก์มีคำขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งสั่งการคืนเงินภาษีอากรผิดพลาดและศาลภาษีอากรกลางยกคำขอนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นควรให้เพิกถอนหนังสือแจ้งสั่งการคืนเงินภาษีอากรผิดพลาดด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนหนังสือแจ้งการสั่งคืนเงินภาษีอากรผิดพลาดเลขที่ กค 0710.01/6.3/4488 - 4504 ลงวันที่ 5 กันยายน 2546 เสียด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ วายุภาพ · ทองหล่อ โฉมงาม · ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้