Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3593/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ขายที่ดินให้แก่โจทก์ โดยสัญญาว่าจะให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 14789 จดทะเบียนภาระจำยอมเป็นทางเข้าออกของที่ดินโจทก์ที่ซื้อจากจำเลยที่ 1 แม้ในขณะทำสัญญาจะซื้อขาย จำเลยที่ 1 จะมิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่ายินยอมจดทะเบียนภาระจำยอมดังกล่าว แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือยินยอมให้จดทะเบียนภาระจำยอมในภายหลังโจทก์ฟ้องคดีแล้ว ก็คงมีผลผูกพัน จำเลยที่ 1 จะต้องปฏิบัติตามสัญญาที่เคยให้แก่โจทก์ไว้ขณะทำสัญญาซื้อขายที่ดินกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ นำที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๗๘๙ ตำบลสามเสน ในอำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร และให้จำเลยที่ ๒ นำที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๘๗ ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร ไปจดทะเบียนภาระจำยอมให้ที่ดินของโจทก์ในโฉนดเลขที่ ๑๓๐๐๑๗ ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร หากจำเลยทั้งสองหรือคนใดคนหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปีของต้นเงิน ๒๔,๖๐๐,๐๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยที่ ๑ ให้การว่าไม่เคยให้สัญญาที่จะจดทะเบียนภาระจำยอมให้แก่โจทก์และไม่เคยรับเงินค่าผ่านทางจากโจทก์

สัญญาจะซื้อจะขายตามฟ้องโจทก์ระบุชัดแจ้งว่า จำเลยที่ ๑ ขายที่ดินให้แก่โจทก์ไม่รวมถนนเข้าบ้านไม่มีข้อความใดระบุว่าจำเลยที่ ๑ จะต้องจดทะเบียนภาระจำยอม โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ อนุญาตให้โจทก์ผ่านทางเข้าออกได้ในลักษณะบุคคลสิทธิเท่านั้น ไม่ใช่ลักษณะทรัพยสิทธิ จำเลยที่ ๒ ไม่เคยสัญญากับโจทก์ว่าจะจดทะเบียนภาระจำยอมให้ โจทก์สามารถผ่านทางเข้าออกไปยังที่ดินของตนได้ตลอดเวลาที่จำเลยที่ ๒ ได้ให้ความยินยอมไว้ โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสอง จำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรม นางศิริสังวาลย์ ชื่นวงศ์และนายสภา วัจนะรัตน์ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์อนุญาต

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ นำโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๔๗๘๙ ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร ไปจดทะเบียนเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๓๐๐๑๗ ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่าคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่าเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางละมูล ซึ่งเป็นพี่สาวจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๔๗๘๙ ตำบลสามเสนใน อำเภอดุสิต (บางซื่อ) ปัจจุบันเป็นเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นมรดกของนางละมูล โดยขายเฉพาะที่ดินไม่ปลูกบ้านในราคาตารางวาละ ๑๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ ตามสำเนาหนังสือสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ. ๑ โดยในสัญญาซื้อขายดังกล่าวนั้นจำเลยที่ ๒ ได้ลงชื่อกำกับใต้ข้อความที่บันทึกไว้ว่า จำเลยที่ ๒ ยินยอมให้โจทก์ใช้ถนนด้านที่ดินของตนได้ตลอดไป ต่อมาวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๙ จำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนแบ่งขายที่ดินให้แก่โจทก์ตามที่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายไว้ดังกล่าว โดยแบ่งขายให้โจทก์เนื้อที่ดิน ๒๔๖ ตารางวา ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย

จ. ๒๐ ในการแบ่งขายนี้ได้แบ่งแยกโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๔๗๘๙ ออกเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๓๐๐๑๗ ให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ. ๑ ที่ดินของโจทก์ที่ซื้อมาดังกล่าวนี้จะต้องใช้ทางผ่านที่ดินมรดกของนางละมูลบางส่วนที่เหลือจากการขายให้โจทก์และผ่านที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๕๘๙ ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท (เดิมอำเภอบางซื่อ) กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ ๒ บางส่วน คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ ๑ ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ให้สัญญาว่าจะนำที่ดินของตนไปจดทะเบียนภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์หรือไม่ นั้น โจทก์มีพยานบุคคลมาเบิกความยืนยันสอดคล้องกันทั้งมีหนังสือการแสดงเจตนาของจำเลยที่ ๑ ยินยอมให้ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๔๗๘๙ จดทะเบียนภาระจำยอมเป็นทางเข้าออกของที่ดินโจทก์ตามหนังสือเอกสารหมาย

จ. ๘ และ จ. ๑๐ พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ดีกว่าจำเลยที่ ๑ ซึ่งคงมีแต่พยานจำเลยที่ ๒ มาเบิกความลอย ๆ เท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้ขายที่ดินให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ ได้สัญญาว่าจะให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๗๘๙ จดทะเบียนภาระจำยอมเป็นทางเข้าออกของที่ดินโจทก์ที่ซื้อจากจำเลยที่ ๑ แม้ในขณะทำสัญญาจะซื้อขายกระทำการโอนการซื้อขายกัน จำเลยที่ ๑ มิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่าจำเลยที่ ๑ ยินยอมจดทะเบียนภาระจำยอมดังกล่าว แต่โจทก์มีหนังสือยินยอมให้จดทะเบียนภาระจำยอมตามเอกสารหมาย จ. ๘ และ จ. ๑๐ ซึ่งจำเลยที่ ๑ ได้ทำขึ้นภายหลังโจทก์ฟ้องคดีแล้ว ก็คงมีผลผูกพันจำเลยที่ ๑ จะต้องปฏิบัติตามสัญญาที่จำเลยที่ ๑ เคยได้ให้แก่โจทก์ไว้ขณะทำสัญญาซื้อขายที่ดินกัน โดยไม่จำต้องคำนึงว่า

จำเลยที่ ๑ ได้แสดงเจตนากระทำนิติกรรม ดังกล่าวในฐานผู้จัดการมรดกนั้น มีทายาทผู้รับมรดกคัดค้านหรือไม่ เนื่องจากจำเลยทั้งสองมิได้ให้การต่อสู้ในเรื่องนี้ไว้ แม้ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ได้นำสืบว่าได้ทำหนังสือคัดค้านเสนอที่เขตพญาไท จำเลยที่ ๑ ก็ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมายืนยันว่าจำเลยที่ ๒ ได้คัดค้านในเรื่องจำเลยที่ ๑ ยินยอมอนุญาตให้จดทะเบียนภาระจำยอมหรือคัดค้านในเรื่องจำเลยที่ ๑ อุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณะ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ ๒ ได้คัดค้านไว้ตามที่จำเลยที่ ๑ ฎีกา ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต่อไปตามฎีกาโจทก์มีว่า จำเลยที่ ๒ ต้องจดทะเบียนภาระจำยอมให้โจทก์ด้วยหรือไม่ในปัญหานี้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ธรรมฤาชุ · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · เดิมพัน จรรยามั่น
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายกษิดิ์เดช จีนสลุต
ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ อเนกพุฒิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้