คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า นางสาวผ่องศรี สถาพรวิริยกุล เป็นลูกจ้างประจำของโจทก์ นางสาวผ่องศรี ได้ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้โจทก์ โจทก์ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้นางสาวผ่องศรีไปก่อนเป็นเงิน 22,839 บาทแล้ว ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า นางสาวผ่องศรี ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากแข่งขันกีฬา มิใช่เป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้โจทก์มิใช่การปฏิบัติงานตามทางการที่จ้าง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่นางสาวผ่องศรี สถาพรวิริยกุลลูกจ้างของโจทก์ลงแข่งขันกีฬาตามที่โจทก์สั่งแล้วประสบอุบัติเหตุเป็นการประสบอันตรายเนื่องมาจากการทำงานให้โจทก์ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 22,836 บาท
พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ตามประเพณีฉบับที่ 21ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคารซึ่งโจทก์กำหนดขึ้น ได้กำหนดไว้ใน ข้อ (3) ว่าเพื่อเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดของพนักงานจากการปฏิบัติงานประจำวันอันจะส่งผลให้การปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนข้อ (4) กำหนดว่า เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภายในและภายนอกของธนาคาร แสดงให้เห็นว่าการเล่นกีฬาของพนักงานของโจทก์ได้กระทำไปเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้กิจการธนาคารซึ่งเป็นกิจการหลักของโจทก์เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายอันจะส่งผลให้ธุรกิจของโจทก์ดีขึ้น มีลูกค้ามากขึ้นและทำให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย
โจทก์จึงมีอำนาจที่จะสั่งให้พนักงานของตนปฏิบัติการในเรื่องนี้ได้ การที่โจทก์สั่งให้นางสาวผ่องศรีลงแข่งขันกีฬาในนามของโจทก์ จึงเป็นการสั่งให้ปฏิบัติงานตามทางการที่จ้างของโจทก์นั่นเอง แม้การแข่งขันกีฬาจะกระทำนอกสำนักงานและนอกเวลาปฏิบัติงานก็ยังถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของโจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์อีกประการหนึ่งว่าตามระเบียบของกองทุนเงินทดแทนเกี่ยวกับค่าห้องและค่าอาหารโจทก์มีสิทธิขอเบิกค่าห้องได้ไม่เกินวันละ 180 บาท และเบิกค่าอาหารได้ไม่เกินวันละ 70 บาท หากโจทก์นำใบเสร็จรับเงินมาเบิกค่าห้อง ค่าอาหารรวม 10 วัน ย่อมไม่เกิน 2,500 บาท ที่โจทก์อนุญาตให้นางสาวผ่องศรีเบิกค่าห้องและค่าอาหารเกินสิทธิ ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงมีนางใจรื่นยื่นยันว่ามีค่าห้องและค่าอาหารต่ำว่าที่นางสาวผ่องศรีขอเบิก การจ่ายค่าห้องและค่าอาหารของโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบแบบแผนและข้อบังคับของโจทก์แต่ประการใด จึงเรียกร้องเอาจากจำเลยไม่ได้นั้นเห็นว่าปัญหาข้อนี้จำเลยหาได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การไม่ทั้งศาลแรงงานกลางก็มิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยในชั้นพิพากษาคดีอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยจึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน