Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3602/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้สัญญาเช่าจะระบุว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผู้ให้เช่าจะขายที่ดินที่เช่าจะต้องแจ้งให้โจทก์ผู้เช่าทราบล่วงหน้า เพื่อให้โอกาสโจทก์ซื้อก่อนก็ตามข้อตกลงนี้ก็เป็นเพียงก่อให้เกิดบุคคลสิทธิมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น ไม่ผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและเป็นเจ้าของที่ดินนั้นในภายหลัง โจทก์จึงหามีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวระหว่างจำเลยที่ 2 ผู้ขาย กับจำเลยที่ 3 ผู้ซื้อและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองไม่ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ชำระหนี้อันจะแบ่งแยกมิได้ แม้จำเลยที่ 3 มิได้ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 3 ด้วย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินซึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 กับมารดาจากจำเลยที่ 1 ต่อมามารดาจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม ที่ดินที่เช่าเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าที่ระบุว่า ถ้าผู้ให้เช่าจะขายที่ดินที่เช่าจะต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าเพื่อผู้เช่าจะได้มีโอกาสซื้อก่อนเมื่อเห็นว่าเป็นราคาสมควร ต่อมาจำเลยที่ 2ขายที่ดินที่เช่าแก่จำเลยที่ 3 โดยมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้า เป็นการทำนิติกรรมทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ ขอให้พิพากษาเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 แล้วให้จำเลยที่ 3ขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่สามารถโอนขายแก่โจทก์ได้ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์อยู่ในที่ดินที่เช่าจนครบกำหนดตามสัญญาแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ตามสัญญาอีกต่อไป และไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 โจทก์ไม่เสียหายดังฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ซื้อที่ดินตามฟ้องโดยสุจริตมิได้กระทำการฉ้อฉลโจทก์ และมิได้ทำให้โจทก์เสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยาน พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะส่วนที่ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมจำเลยที่ 1 และนางแม้น มารดาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 4083 โจทก์เช่าที่ดินโฉนดดังกล่าวบางส่วนจากจำเลยที่ 1 มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2522 ถึงวันที่ 31สิงหาคม 2525 ต่อมา พ.ศ. 2523 นางแม้นถึงแก่กรรม ที่ดินที่โจทก์เช่าเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยที่ 2 วันที่ 12 มีนาคม 2525 จำเลยที่2 ขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 ครั้นถึงวันที่ 8 ตุลาคม2525 จำเลยที่ 3 บอกกล่าวให้โจทก์ออกจากที่ดินที่เช่า โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายดังกล่าว

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จะระบุว่า เมื่อจำเลยที่ 1 จะขายที่ดินที่เช่าจะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าเพื่อให้โอกาสโจทก์ที่จะซื้อก่อนเมื่อเห็นว่าเป็นราคาสมควรก็ตาม ข้อตกลงนี้ก็เป็นเพียงก่อให้เกิดบุคคลสิทธิมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น ไม่ผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โจทก์จึงหามีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองไม่ คดีจึงไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

อนึ่ง การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 2 ที่ 3นั้น เป็นฟ้องที่ขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ชำระหนี้อันจะแบ่งแยกกันชำระมิได้ แม้จำเลยที่ 3 มิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 3 ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5021/2540

ฎีกาจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่ไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นเพิ่มและให้คู่ความสืบพยานในประเด็นที่กำหนดใหม่จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 1 แห่ง ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3455/2538

เอกสารที่โจทก์ที่ 2 และจำเลยกระทำไว้ต่อกันระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นหนังสือสัญญาเช่าบ้าน ระบุเงื่อนไขในการเช่าบ้านไว้รวม 12 ข้อ แล้วลงลายมือชื่อของโจทก์ที่ 2 ในฐานะผู้ให้เช่า ส่วนจำเลยลงลายมือชื่อในฐานะผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2537

ฟ้องและฟ้องแย้งจะต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่ต้องพิจารณาแยกเป็นประเด็นในแต่ละคดีไป โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าออกจากตึกแถวพิพาทอันมีค่าเช่าเดือนละ 150 บาท และเรียกค่าเสียหายเดือนละ 2,500 บาท ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4455/2562

ที่ดินพิพาททั้งห้าแปลงตั้งอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2506 การเข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาททั้งห้าแปลงจึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ ที่จะใช้ยันรัฐได้ การขออนุญาตเข้าจับจอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8725/2561

การที่จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) เพราะเหตุที่อาจใช้สิทธิไล่เบี้ย อ้างว่าจำเลยร่วมมีส่วนประมาทเลินเล่อและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองด้วย จำเลยร่วม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้