Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3602/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ครอบครอง อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 55, 78 เมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 คงมีแต่เพียงอาวุธปืนลูกซองยาวเท่านั้น ศาลย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 7, 72 ได้ เพราะความผิดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 55 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 72 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันมีอาวุธปืน เอช เค ๓๓ จำนวน ๑ กระบอก อาวุธปืนเอ็ม ๑๖ จำนวน ๒ กระบอก และกระสุนปืนไม่ทราบจำนวนซึ่งใช้ยิงได้และนายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง พาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ใช้อาวุธปืนดังกล่าวทำการปล้นทรัพย์ รถจักรยานยนต์ของนายสาเทพ ชนะสุข ใช้อาวุธปืนยิงทำลายโค ๔ ตัว และสุกร ๑ ตัว ของนางพบัก ชนะสุข และร่วมกันหน่วงเเหนี่ยวกักขังทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพโดยใช้อาวุธปืนบังคับขู่เข็ญนายสนิท บุญส่งและเด็กชายมนตรี ชนะสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๙๐, ๙๑, ๓๐๙, ๓๑ ๓๔๐, ตรี, ๓๕๘, ๓๕๙ (๒) (๓) ,๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ ,๗๒ ทวิ ๕๕, ๗๘ ที่แก้ไขแล้ว และริบปลอกกระสุนปืนของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ วรรคสอง ,๓๑๐ วรรคแรก, ๓๔๐ ประกอบด้วย มาตรา ๓๔๐ ตรี ,๓๕๙ (๒) (๓) ให้เรียงกระทงลงโทษ ความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพกับความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง เป็นกรรมเดียวกัน ให้ลงโทษฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ ๒ ปี ฐานปล้นทรัพย์จำคุกคนละ ๒๔ ปี ฐานทำให้เสียทรัพย์จำคุกคนละ ๒ ปี และจำเลยที่ ๑ ผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๗, ๘, ๗๒ ทวิ ( ที่ถูกมีมาตรา ๗๒ ด้วย ) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต จำคุก ๒ ปี และฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาติให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

ฯ ซึ่งมีโทษหนักกว่า จำคุก ๑ ปี และจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๘ ทวิ, ๕๕, ๗๒ ทวิ, ๗๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต จำคุก ๔ ปี และฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาตให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งมีโทษหนักกว่า จำคุก ๑ ปี รวมเป็นจำคุก จำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓๑ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๓๓ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒๓ ปี ๓ เดือน จำคุกจำเลยที ๒ มีกำหนด ๒๔ ปี ๙ เดือน ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายรายนี้ แต่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๕๕, ๗๘ เมื่อข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ครอบครองอาวุธปืนดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ ๑ คงมีแต่เพียงอาวุธปืนลูกซองยาวเท่านั้น ศาลฎีกาจึงไม่อาจลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๗, ๗๒ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังที่โจทก์ฎีกาได้เพราะความผิดดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ วรรคสอง, ๓๑๐ วรรคแรก, ๓๔๐ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๓๔๐ ตรี, ๓๕๙ (๒) (๓), ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ วรรคแรก ,๗๒ ทวิ วรรคสอง และจำเลยที่ ๒ ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๕๕, ๗๘ ให้วางโทษและลดโทษสำหรับจำเลยทั้งสองไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เว้นแต่จำเลยที่ ๑ ไม่ลงโทษในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมแล้วคงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒๑ ปี ๙ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒๔ ปี ๙ เดือน ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายประทีป อุ่นใหม่
ศาลอุทธรณ์ - นายนำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2563

ขณะถูกจับกุม น. และ ร. ไม่มีหนังสือเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยถูกต้องตามกฎหมายเป็นหลักฐานเหมือนเช่น ส. และ จ. โดยมีเพียงสำเนาหนังสือรับรองการทำงานกับนายจ้างมาแสดงเท่านั้น หนังสือรับรองการทำงานกับนาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2563

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า เครื่องกระสุนปืนเล็กกลของกลางเป็นเครื่องกระสุนปืนสามารถใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้ และเป็นเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10434/2558

แม้ฟ้องโจทก์ในความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1857/2563

แม้คำฟ้องของโจทก์จะบรรยายว่า จำเลยมีกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 (5.56 มิลลิเมตร ) จำนวน 11 นัด และกระสุนปืนขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 100 นัด ซึ่งเป็นเครื่องกระสุนปืนตามกฎหมายแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6368/2557

การมีอาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ มาตรา 55, 78 วรรคหนึ่ง ส่วนการมีกระสุนปืนที่สามารถใช้ร่วมกันได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นความผิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้