Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายเป็นหลานสะใภ้ของจำเลย ตอนเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน ผู้เสียหายยืนจับรถจักรยานเพื่อจะขี่ไปธุระ ได้เกิดทะเลาะโต้เถียงกับจำเลย แล้วปืนลูกซองยาวที่จำเลยถือลงมาจากบ้านได้ลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนปืนถูกโคนต้นมะม่วงขวามือด้านหลังผู้เสียหาย ได้ความว่า ขณะนั้นจำเลยกับผู้เสียหายอยู่ห่างกันประมาณ 5 วา แม้ผู้เสียหายจะอ้างว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหาย ผู้เสียหายก็รับว่าขณะยิง จำเลยถือปืนด้วยมือทั้งสองข้างในลักษณะอยู่ข้างตัวระดับเอว มิได้ประทับเล็งยิงผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยยิงผู้เสียหายในระยะใกล้ด้วยปืนลูกซองยาว เช่นนี้หากจำเลยตั้งใจจะยิงก็ไม่น่าจะผิดพลาดปรากฏด้วยว่าจำเลยชอบใช้อาวุธปืนขู่เข็ญผู้อื่นเสมอ พฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่แน่ใจว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายดังโจทก์ฟ้อง สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลย.(ที่มา-ส่งเสริม)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่า พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้เสียหายเป็นหลานสะใภ้ของจำเลย ตอนเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน ผู้เสียหายยืนจับรถจักรยานเพื่อจะขี่ไปธุระ ได้เกิดทะเลาะโต้เถียงกับจำเลย แล้วปืนลูกซองยาวที่จำเลยถือลงมาจากบ้านได้ลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนปืนถูกโคนต้นมะม่วงขวามือด้านหลังผู้เสียหาย ได้ความว่า ขณะนั้นจำเลยกับผู้เสียหายอยู่ห่างกันประมาณ 5 วา แม้ผู้เสียหายจะอ้างว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหาย ผู้เสียหายก็รับว่าขณะยิง จำเลยถือปืนด้วยมือทั้งสองข้างในลักษณะอยู่ข้างตัวระดับเอว มิได้ประทับเล็งยิงผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยยิงผู้เสียหายในระยะใกล้ด้วยปืนลูกซองยาว เช่นนี้หากจำเลยตั้งใจจะยิงก็ไม่น่าจะผิดพลาดปรากฏด้วยว่าจำเลยชอบใช้อาวุธปืนขู่เข็ญผู้อื่นเสมอ พฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่แน่ใจว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายดังโจทก์ฟ้อง สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลย.(ที่มา-ส่งเสริม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่า พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และสั่งริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288, 80 จำคุก 10 ปี ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันฟังได้ในเบื้องต้นว่า นางเตือนจิต ประเสริฐเสีย ผู้เสียหายเป็นหลานสะใภ้ของจำเลย โดยจำเลยเป็นพี่นางบุญมามารดานายวัชรินทร์สามีผู้เสียหาย วันที่ 7 พฤษภาคม 2530 เวลา 13 นาฬิกาเศษผู้เสียหายกับจำเลยทะเลาะโต้เถียงกัน ขณะที่ผู้เสียหายยืนจับรถจักรยานเพื่อจะขี่ไปธุระปืนลูกซองยาวที่จำเลยถือลงมาจากบ้านลั่นขึ้น 1 นัด

ถูกโคนต้นมะม่วงขวามือด้านหลังผู้เสียหาย หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงนำความไปแจ้งต่อร้อยตำรวจเอกวิฑูรย์ ศิระเลิศพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ร้อยตำรวจเอกวิฑูรย์ได้ออกมาตรวจที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุไว้ตามเอกสารหมายจ.3 และจับจำเลยมาดำเนินคดี มีปัญหาว่าจำเลยใช้ปืนยิงเจตนาฆ่าผู้เสียหายหรือไม่ ข้อนี้โจทก์นำสืบว่า ในการทะเลาะโต้เถียงกันดังกล่าว จำเลยว่าจำเลยต้องยิงผู้เสียหายกับพวกให้ตาย ผู้เสียหายว่าจะยิงก็ยิงให้ตาย ถ้าไม่ตายผู้เสียหายจะดำเนินคดี พูดแล้วผู้เสียหายเดินไปยืมรถจักรยานที่บ้านนายอาคมบุตรจำเลยซึ่งอยู่ใกล้กัน ส่วนจำเลยเดินขึ้นเรือน แล้วถือปืนลูกซองยาวลงมายืนที่ถนนหันปากกระบอกปืนมาทางผู้เสียหาย แล้วยิงผู้เสียหาย แต่ไม่ถูกก็พอดีนายอาคมมาแย่งปืนไปจากจำเลยส่วนจำเลยนำสืบว่า

เมื่อผู้เสียหายท้าให้ยิง จำเลยโมโหเหวี่ยงปืนที่ถืออยู่ไป ปืนลั่นขึ้น 1 นัด โดยจำเลยไม่ตั้งใจยิงศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เหตุเกิดในเวลากลางวันขณะเกิดเหตุผู้เสียหายเบิกความว่าผู้เสียหายและจำเลยอยู่ห่างกันประมาณ 4 วา แสดงว่าจำเลยยิงผู้เสียหายในระยะใกล้ ปืนที่จำเลยใช้ยิงปรากฏว่าเป็นปืนลูกซองยาว หากจำเลยตั้งใจจะยิงผู้เสียหายก็ไม่น่าจะผิดพลาด ประกอบกับคดีได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ขณะที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายนั้น จำเลยถือปืนในลักษณะอยู่ข้างตัวระดับเอวด้วยมือทั้งสองข้าง มิได้ความว่าจำเลยประทับปืนเล็งยิงผู้เสียหายแต่ประการใด ทั้งร่องรอยกระสุนปืนที่ไปถูกโคนต้นมะม่วง ปรากฏจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกวิฑูรย์ศิระเลิศ

พนักงานสอบสวนผู้ไปตรวจที่เกิดเหตุว่า สูงจากพื้นดินประมาณ1 ฟุต วิถีกระสุนในลักษณะเช่นนี้แม้จะยิงถูกก็ไม่ถูกอวัยวะสำคัญของผู้เสียหาย และคดียังได้ความจากผู้เสียหายต่อไปว่า จำเลยชอบใช้อาวุธปืนขู่เข็ญผู้อื่นเสมอ พฤติการณ์ตามรูปคดียังมีข้อน่าระแวงสงสัย ยังไม่แน่ใจว่าจำเลยใช้ปืนยิงเจตนาฆ่าผู้เสียหายดังฟ้องโจทก์ สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมาศาลฎีกายังไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8743/2550

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2546

จำเลยใช้แขนล็อกคอผู้เสียหายด้านหลังแล้วลากผู้เสียหายไปที่คูน้ำข้างถนนกดตัวผู้เสียหายลงไปในน้ำจนมิดศีรษะทำให้ผู้เสียหายหมดสติ ซึ่งจากการตรวจร่างกายผู้เสียหาย ปรากฏว่าปอดอักเสบเนื่องจากสำลักน้ำ โดยแพทย์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8152/2544

ชั้นพิจารณา จำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธความถูกต้องของบันทึการจับกุมเมื่อฟังได้ว่า ชั้นจับกุมจำเลยได้ให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมจริง จึงใช้ยันจำเลยได้ หากจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์มิได้กระทำความผิดที่ถูกกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 30/2541

ขณะเกิดเหตุ จ. และ ร. ต่างถือมีดพร้าซึ่งยาวประมาณ 1 วา อยู่ในมือ จ. อยู่ห่างจากผู้เสียหายประมาณ2 วาเท่านั้น หาก จ. และ ร. ต้องการฆ่าผู้เสียหายจริงระยะที่อยู่ห่างกันเพียงนี้ จ. น่าจะฟันถูกผู้เสียหายแม้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้