Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3612/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยมูลเหตุตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินซึ่งจำเลยทำไว้กับโจทก์ แต่ตามคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยประพฤติหรือปฏิบัติผิดสัญญาดังกล่าว อันเป็นการ โต้แย้ง สิทธิหรือหน้าของโจทก์เกี่ยวกับสัญญาดังกล่าว โจทก์จึงไม่ชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ศาลไม่รับ คำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของสิทธิครอบครองที่ดินรวม 3 แปลงตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 580, 640 และ 653 ตำบลป่าป้องอำเภอดอยสะเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน85 ตารางวา, 10 ไร่ 10 ตารางวา และ 13 ไร่ 3 งาน 25 ตารางวาตามลำดับ ความจริงที่ดินทั้งสามแปลงนั้นมีเขตรุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นเนื้อที่รวมกันประมาณ 12 ไร่ 40 ตารางวาโจทก์ได้ขออนุญาตต่อทางราชการเพื่อทำกินที่ดินส่วนที่ได้รุกล้ำเช่นนั้น ซึ่งต่อมาโจทก์ได้รับหนังสืออนุญาตจากทางราชการให้ทำกินในที่ดินดังกล่าวได้ หนังสือที่ว่านี้คือ สทก.1 ลงวันที่ 27พฤษภาคม 2530 รหัส ป่า ชม.15 เลขที่ดิน 1 ระวางหมายเลข 4846-4อำเภอดอยสะเก็ต จังหวัดเชียงใหม่

เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่40 ตารางวา ต่อมาวันที่ 6 ธันวาคม 2530 จำเลยขอซื้อที่ดินตาม น.ส.3 ก. ทั้งสามแปลง โจทก์ได้แจ้งให้ทราบว่าจำนวนเนื้อที่ที่แท้จริงมีรวมกันเพียงประมาณ 17 ไร่ 1 งาน 76 ตารางวา ส่วนเนื้อที่ที่ระบุไว้เกินกว่านั้นทางด้านทิศใต้รุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยรับทราบแล้วตกลงซื้อเฉพาะจำนวนเนื้อที่ที่ไม่รุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ครั้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2531 โจทก์กับจำเลยได้จดทะเบียนการซื้อขายที่ดินดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอดอยสะเก็ต และทำบันทึกไว้ว่าโอนขายสิทธิกันเฉพาะจำนวนเนื้อที่เพียงเท่าที่ไม่รุกล้ำเขตป่าสงวนแห่งชาติเท่านั้น ต่อมาจำเลยขอซื้อที่ดินจากโจทก์เต็มจำนวนเนื้อที่ตามที่ระบุไว้ใน

น.ส.3 ก. ทั้งสามฉบับ คือรวมทั้งที่ดินตาม สทก.1 ด้วย โจทก์ตกลงจะขายที่ดินดังกล่าวนี้ให้จำเลย และจำเลยได้วางเงินมัดจำไว้ต่อโจทก์ 100,000 บาท ต่อมาโจทก์ได้รับการทักท้วงจากผู้ใหญ่ในทางราชการว่า ที่ดิน สทก.1 นั้น ห้ามทำการแบ่งแยกหรือโอนสิทธิหรือให้เช่าช่วงทำกินไปยังบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะโอนโดยเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาอย่างใด มิฉะนั้นจะถูกสั่งเพิกถอนทันที โจทก์จึงได้บอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยว่า การซื้อขายเช่นนั้นเป็นการขัดต่อกฎหมายโดยชัดแจ้งและแจ้งให้จำเลยรับเงินมัดจำ 100,000 บาทคืนจากโจทก์ จำเลยได้รับทราบแล้ว แต่จำเลยไม่ไปรับเงินคืน และกลับกล่าวอ้างว่าได้บอกขายที่ดินเต็มจำนวนเนื้อที่ที่ระบุไว้ใน น.ส.3 ก.

ทั้งสามแปลงนั้นให้แก่บุคคลอื่นโดยมิได้แจ้งเหตุแห่งการรอนสิทธิอันเนื่องมาจากการที่ที่ดิน ตามน.ส.3 ก. ทั้งสามแปลงมีเขตรุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นเหตุให้ผู้ที่ตกลงซื้อเข้ามาตรวจสอบที่ดินตาม สทก. 1 ของ โจทก์โจทก์ต้องคอยระวังแก้ไขชี้แจงเพื่อมิให้มีการเข้าใจผิด อันจะเกิดเป็นปัญหาสลับซับซ้อนจนขาดความเป็นปกติสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะเวลานับตั้งแต่โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาและแจ้งให้จำเลยรับเงินมัดจำคืนจนถึงวันฟ้องล่วงเลยมาเกิน 1 เดือนแล้ว จำเลยก็ยังไม่ไปรับเงินมัดจำคืนจากโจทก์ โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับส่งเช็คส่งสั่งจ่ายเงิน 100,000บาทไปยังจำเลยด้วย จำเลยได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว

โจทก์ตรวจสอบกับธนาคารที่สั่งจ่ายในเวลาต่อมาปรากฏว่าจำเลยไม่ไปรับเงินตามเช็คฉบับนั้นและกลับกระทำการต่อคนทั้งหลายว่า จำเลยเป็นเจ้าของสิทธิในที่ดินตาม สทก. 1 ของโจทก์และบอกขายที่ดินดังกล่าวนี้ให้บุคคลอื่น เป็นเหตุให้โจทก์ไม่เป็นปกติสุขโดยต้องเพิ่มความระมัดระวังดูแลโดยไม่จำเป็น พฤติการณ์ของจำเลยเป็นการละเมิดโต้แย้งสิทธิของโจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยให้เลิกกระทำการเกี่ยวข้อในที่ดินตาม สทก. 1 รหัสป่า ชม. 15 เลขที่ดิน 1ระวางหมายเลข 4846-4 อำเภอดอยสะเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ให้จำเลยรับเงินมัดจำ 100,000 บาท คืนจากโจทก์ และให้จำเลยดำเนินขอรังวัดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอดอยสะเก็ต โดยให้ลดจำนวนเนื้อที่ตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 580, 640 และ 653 ที่จำเลยยึดถือครอบครองไว้นั้นให้เป็นการถูกต้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำฟ้องโจทก์ยังไม่ได้ถูกโต้แย้งสิทธิแต่อย่างใด จึงไม่รับคำฟ้องของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยมูลเหตุตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินซึ่งจำเลยทำไว้กับโจทก์ แต่ตามคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยประพฤติหรือปฏิบัติผิดสัญญาดังกล่าวอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์เกี่ยวกับสัญญาดังกล่าวแต่ประการใด โจทก์จึงไม่ชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำฟ้องของโจทก์จึงชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้