Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3613/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกับบุคคลอื่นเป็นคณะกรรมการรักษาเงินมีหน้าที่ปิดเปิดกำปั่น โดยถือกุญแจไว้คนละดอก ไม่มีหน้าที่ไปสอบถามและเร่งรัดให้ส่วนราชการต่าง ๆ นำเงินมาเก็บในกำปั่นเพราะเป็นหน้าที่ของผู้ที่รับเงินไว้จะต้องนำเงินนั้นมาเสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อนำเข้าเก็บในกำปั่นต่อไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ คณะกรรมการรักษาเงินจึงมีหน้าที่ดูแลเก็บรักษาเฉพาะเงินที่ได้นำมาเก็บไว้ในกำปั่นเท่านั้น เมื่อเงินของโจทก์ถูกยักยอกไปขณะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานสรรพากร โดยที่ยังไม่ได้นำเข้าเก็บในกำปั่น จึงไม่เกี่ยวกับการจงใจหรือประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการรักษาเงิน จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นหัวหน้าส่วนราชการเกี่ยวกับงานสรรพากร จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร ๒ จำเลยที่ ๓ เป็นปลัดอำเภออาวุโส และจำเลยที่ ๔ เป็นพนักงานที่ดินอำเภอ จำเลยที่๑ ที่ ๓ และที่ ๔ เป็นกรรมการรักษาเงิน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันรับเงินของโจทก์ไว้แล้วไม่นำเงินส่งคลังตามระเบียบ กลับเบียดบังไว้เป็นประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น ส่วนจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ได้จงใจปล่อยปละละเลยต่อหน้ที่หรือประมาทเลินเล่อต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง เป็นช่องทางและโอกาสให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เบียดบังเอาเงินโจทก์ไป ขอให้จำเลยร่วมกันคืนและชดใช้เงินที่ยังขาดจำนวน ๕๐,๘๔๔.๑๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ รับเงินโจทก์ไว้แต่ผู้เดียวจำเลยที่ ๑ ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย

ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การว่า มีหน้าที่เพียงถือกุญแจตู้เซฟและนำกุญแจไปเปิดปิดเวลาจะนำเงินเข้าและออก คอยตรวจสอบจำนวนเงินที่จะนำเข้าเก็บรักษาและบันทึกจำนวนเงินที่ขาดประจำวันร่วมกับคระกรรมการเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ไม่นำเงินส่งมอบต่อจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และคณะกรรมการ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ก็ไม่มีหน้าที่อะไรต้องทำ จึงไม่ได้ละเว้นต่อหน้าที่อันเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาที่ว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ได้ทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ว่า แม้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ จะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการรักษาเงินของอำเภอคอนสารแต่นายชลอ ชาญเชี่ยว สรรพากรจังหวัดชัยภูมิ กับนายแสวง อัมพรรัตน์ นายอำเภอคอนสารพยานโจทก์เบิกความว่า กรรมการรักษาเงินมีจำเลยที่ ๑ อีกคนหนึ่งและคณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่ปิดเปิดกำปั่นและต้องถือกุญแจไว้คนละหนึ่งดอกไม่มีหน้าที่ไปสอบถามและเร่งรัดให้ส่วนราชการต่าง ๆ นำเงินมาเก็บในกำปั่น เป็นหน้าที่ผู้ที่รับเงินไว้ จะต้องนำเงินนั้นมาเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อนำเข้าเก็บในกำปั่นนั่นเอง ซึ่งก็ตรงกับที่กำหนดไว้ในระเบียบการรับจ่าย การเก็บรักษาและการนำส่งเงินในหน้าที่ของอำเภอและกิ่งอำเภอ

พ.ศ. ๒๕๑๕ เอกสารหมาย จ.๑๒๕ โดยมีระบุไว้ในส่วนที่ ๓ ข้อ ๔๗ ว่า เมื่อสิ้นเวลารับจ่ายเงินประจำวัน ให้หัวหน้าส่วนราชการนำเงินที่จะเก็บรักษาและรายงานเงินคงเหลือประจำวันส่งมอบต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบ เมื่อคณะกรรมการได้ตรวจสอบถูกต้องแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการนำเงินบรรจุลงหีบห่อต่อหน้าคณะกรรมการ แล้วให้ใส่กุญแจประจำตราครั่งที่เชือกผูกมัดหีบห่อในลักษณะที่ตราครั่งจะต้องถูกทำลายเมื่อมีการเปิดหีบห่อนั้น เมื่อกรรมการทุกคนลงลายมือชื่อในรายงานเงินคงเหลือประจำวันแล้ว ให้นำหีบห่อเข้าเก็บรักษาไว้ในตู้เซฟหรือกำปั่น สำหรับรายงานเงินคงเหลือประจำวัน ต้องจัดทำ ๒ ฉบับ ให้หัวหน้าส่วนราชการเก็บไว้ ๑ ฉบับ อีก ๑ ฉบับ คณะกรรมการต้องนำไปเสนอนายอำเภอเพื่อทราบและเก็บไว้ตามข้อ ๔๖ ส่วนตู้เซฟหรือกำปั่น

เมื่อนำเงินเข้าเก็บเรียบร้อยแล้วให้กรรมการใส่กุญแจประจำตราครั่งของแต่ละคนให้เรียบร้อยในลักษณะที่ตราประจำครั่งจะต้องถูกทำลาย เมื่อมีการเปิดตู้เซฟหรือกำปั่นตามข้อ ๔๙ แสดงว่า คณะกรรมการมีหน้าที่ดูแลเก็บรักษาเฉพาะเงินที่ได้นำมาเก็บไว้ในกำปั่นเท่านั้น แต่เงินของโจทก์ทั้งสองที่สูญหายไปในคดีนี้จำนวน ๗๙,๓๕๑.๑๕ บาทอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานสรรพากรอำเภอคอนสาร ยังไม่ได้นำส่งเข้าเก็บในกำปั่น ก็มีการเบียดบังยักยอกเอาเงินดังกล่าวไปเสียก่อน จึงไม่เกี่ยวกับการจงใจหรือประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการรักษาเงินของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ แต่อย่างใด จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ไม่มีหน้าที่จะต้องรับผิดชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพจิตร วิเศษโกสิน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดภูเขียว - นายสมศักดิ์ ตันติภิรมย์
ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ผลฉาย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้