Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2522 (เลขอ้างอิง 36234)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้เยาว์เป็นบุตรของนาย ว. นาง ส. ซึ่งอยู่กินเป็นสามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ว. ไม่ได้จดทะเบียนว่าโจทก์เป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ว. จึงมิใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ และไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ผู้เยาว์ การร้องขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 6 จะมีได้เฉพาะในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม ฯลฯ หรือผู้แทนโดยชอบธรรมไม่สามารถจะทำการตามหน้าที่โดยเหตุใดเหตุหนึ่งรวมทั้งมีผลประโยชน์ขัดกับผู้เยาว์ เมื่อโจทก์มีมารดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมและสามารถจะทำการตามหน้าที่ได้ กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 6 ที่จะให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดี 2 สำนวนนี้จำเลยเป็นคนเดียวกัน ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาสำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2519 เวลากลางวันจำเลยได้บังอาจใช้มีดบางปลายแหลมยาวประมาณ 9 นิ้ว ครึ่ง เป็นอาวุธแทงทำร้ายร่างกายนายนาวีได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่แขวงแสนแสบเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานจับจำเลยและยึดมีดปลายแหลม 1 เล่มเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 และสั่งริบของกลางสำนวนหลังโจทก์ฟ้องมีใจความเหมือนสำนวนแรกแล้วบรรยายฟ้องต่อไปว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาร้ายทารุณ ปราศจากศีลธรรม กระทำโดยมีเจตนาจะฆ่าโจทก์แต่ไม่บรรลุผลตามเจตนา เพราะมีบุคคลอื่นช่วยป้องกันไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289(5), 80, 81

จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ตามฟ้องสำนวนแรก และมีความผิดตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ตามฟ้องสำนวนหลัง แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 90 ให้จำคุกจำเลย 10 ปี ของกลางริบให้ยกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 289(5) ในสำนวนหลังจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องการตั้งผู้แทนเฉพาะคดีในสำนวนหลังว่าข้อเท็จจริงได้ความว่า นายหวังกับนางสะเลาะห์ หรือซาเลาะอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมา 35 - 36 ปีแล้ว โดยมิได้จดทะเบียนสมรส นายนาวีโจทก์ (ผู้เสียหายในสำนวนแรก) เป็นบุตรของนายหวังกับนางสะเลาะห์และยังเป็นผู้เยาว์

นางสะเลาะห์ประกอบอาชีพพายเรือค้าขายอาหาร ต้องถือว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสะเลาะห์ อยู่ใต้อำนาจปกครองของนางสะเลาะห์ ไม่ปรากฏว่านายหวังได้จดทะเบียนว่าโจทก์เป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรนายหวัง นายหวังจึงไม่เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ผู้เยาว์ การร้องขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 6 จะมีได้เฉพาะในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม ฯลฯ หรือผู้แทนโดยชอบธรรมไม่สามารถจะปฏิบัติการตามหน้าที่โดยเหตุใดเหตุหนึ่ง รวมทั้งมีผลประโยชน์ขัดกันกับผู้เยาว์เมื่อข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่านางสะเลาะห์ผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ไม่สามารถจะทำการตามหน้าที่ได้ทั้งยังได้ความว่า นางสะเลาะห์ประกอบอาชีพพายเรือค้าขายอาหาร และยังได้มาเบิกความเป็นพยานโจทก์ในสำนวนแรกด้วย ดังนี้ กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 6 ที่จะขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีได้ ฟ้องของโจทก์ในสำนวนหลังจึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องยกฟ้องฎีกาของจำเลยในสำนวนแรก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงเชื่อว่าจำเลยได้แทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยเจตนา หาใช่กระทำเพื่อป้องกันไม่ บาดแผลผู้เสียหายร้ายแรง สมควรลงโทษสถานหนักพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่าสำนวนแรกจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ให้จำคุกจำเลย 10 ปี ยกฟ้องสำนวนหลังนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4536/2565

ความผิดฐานกระทำอนาจาร พยายามกระทำชำเรา และกระทำชำเรา ผู้เสียหายเท่านั้นเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดดังกล่าว มารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย แ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2552 (เลขอ้างอิง 496123)

แม้ศาลล้มละลายกลางจะพิพากษาให้บริษัท อ. ล้มละลายแล้วก็ตาม แต่บริษัท อ. ก็สามารถเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 4 เป็นคดีอาญาในฐานความผิดยักยอก รับของโจร และความผิดต่อ พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3103/2549

โจทก์ฟ้องคดีอาญาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาบุกรุก แม้ปรากฏว่าโจทก์อยู่ในฐานะเป็นบุคคลล้มละลายที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไปแล้วก็ตาม แต่ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3) ที่กำหนดให้เจ้าพนักงานพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5126/2549

ตามหลักฐานบันทึกการรับเงินที่จำเลยได้ชดใช้ให้แก่ฝ่ายผู้เสียหายทั้งสี่ปรากฏว่าในส่วนของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 มีการลงชื่อโดยภริยาของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 แม้จะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้