Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269 จะต้องเป็นผู้ประกอบการงานวิชาชีพดังที่ระบุไว้เท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินและเป็นผู้กู้เงินจากธนาคาร ไม่ได้ประกอบวิชาชีพการประเมินราคาทรัพย์ ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นเพียงผู้ทำรายงานการตรวจสอบที่ดินเสนอต่อ ผ. โดย ผ. เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองในฐานะผู้ประเมิน จำเลยที่ 3 ไม่ได้เป็นผู้ทำคำรับรองในเอกสารดังกล่าวอันเป็นเท็จ จำเลยที่ 1และที่ 3 จึงไม่มีความผิดตามมาตรา 269

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 30 มกราคม 2538 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2538วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 37960 จำเลยที่ 2และจำเลยที่ 3 เป็นพนักงานของโจทก์ผู้ประกอบการงานตามหน้าที่ในวิชาชีพการสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สิน โจทก์มอบหมายจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ทำการสำรวจและประเมินราคาที่ดินของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว เพื่อเป็นหลักประกันในการที่จำเลยที่ 1 กู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐม จำเลยทั้งสามร่วมกันทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยทำรายงานการสรุปผลการประเมินราคาหลักประกันที่ดินอาคารตามแบบที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์กำหนดว่าที่ดินดังกล่าวมีมูลค่า 6,820,000 บาทความจริงที่ดินแปลงดังกล่าวราคาเพียง 1,000,000 บาทเศษ

ต่อมาระหว่างวันที่ 31มกราคม 2538 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2538 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสามโดยเจตนาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำการใช้คำรับรองอันเป็นเอกสารเท็จดังกล่าวเป็นหลักฐานขอกู้เงินต่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐม จนธนาคารดังกล่าวหลงเชื่อว่าหลักทรัพย์มีราคาประเมินตามคำรับรอง จึงให้จำเลยที่ 1 กู้เงิน4,340,000 บาท หากจำเลยทั้งสามไม่ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ ธนาคารจะไม่ให้กู้ได้ถึงเพียงนั้น ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เพราะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เหตุเกิดที่ ตำบลพระประโทน อำเภอเมืองนครปฐมจังหวัดนครปฐม และตำบลท่าตำหนัก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เกี่ยวพันกันจำเลยที่ 3 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2105/2542และ 2106/2542 ของศาลชั้นต้น

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269,83 และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษในคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 269 วรรคแรก ประกอบด้วย มาตรา 86, มาตรา 269 วรรคสอง จำเลยที่ 3มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269 วรรคแรกและวรรคสอง ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานใช้หรืออ้างคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ จำคุก 6 เดือน และปรับ4,000 บาท จำเลยที่ 1 อาจกระทำไปโดยขาดความยั้งคิดเพื่อให้ได้เงินกู้จำนวนมากแต่จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ให้แก่ธนาคารตลอดมาและไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน

เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปี หากไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลยที่ 3 ให้จำคุก 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก4 เดือน และให้นับโทษจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2105/2542 และ 2106/2542 ของศาลชั้นต้น ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 3ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า

โจทก์เป็นบริษัทจำกัดมีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ จำเลยที่ 3 เป็นพนักงานของโจทก์สาขานครปฐม โจทก์ทำสัญญารับจ้างประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์และประเมินราคาทรัพย์สินกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตามสำเนาสัญญาจ้างสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินเอกสารหมาย จ.4 ที่ดินโฉนดเลขที่ 37960 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสมบูรณ์ ทรัพย์ถวิลหา ต่อมาเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐม โดยใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นหลักประกัน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐมจึงส่งเรื่องให้โจทก์ทำการประเมินราคา จำเลยที่ 1 พาจำเลยที่ 3 ไปตรวจสอบที่ดินเสร็จแล้วจำเลยที่ 3 ทำรายงานเสนอต่อนายเผด็จ

สุวรรณมณี ลงลายมือชื่อในฐานะผู้ประเมิน และจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในฐานะผู้จัดการ โดยจำเลยที่ 3 เสนอราคาประเมินที่ดินมีมูลค่า 6,820,000 บาท ตามสำเนาแบบสรุปผลการประเมินราคาหลักประกันที่ดินอาคารเอกสารหมาย จ.5 โจทก์ได้ส่งเอกสารดังกล่าวให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐม ในที่สุดธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐมตกลงให้จำเลยที่ 1 กู้เงินจำนวน 4,340,000 บาท ตามสำเนาหนังสือสัญญากู้เงินและสำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันเอกสารหมาย จ.6 และ จ.7 ต่อมาธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐม แจ้งว่าราคาประเมินดังกล่าวสูงเกินความจริง โจทก์จึงออกไปตรวจสอบใหม่ จึงทราบว่าที่ดินดังกล่าวมีมูลค่าเพียง 1,612,000 บาท ตามสำเนาแบบสรุปผลการประเมินราคาหลักประกันที่ดินอาคารเอกสารหมาย

จ.8 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐม จึงมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำหลักประกันไปวางเพื่อเป็นประกันความเสียหาย ตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.9มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ แต่เห็นสมควรหยิบยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นวินิจฉัยก่อนกล่าวคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269 วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ใดในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมาย บัญชีหรือวิชาชีพอื่นใด ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ..." เห็นว่า ผู้กระทำความผิดตามมาตรานี้จะต้องเป็นผู้ประกอบการงานวิชาชีพดังที่ระบุไว้เท่านั้น จำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐมไม่ได้ประกอบวิชาชีพการประเมินราคาทรัพย์ และไม่ได้ทำคำรับรองในแบบสรุปผลการประเมินราคาหลักประกันที่ดินอาคารตามสำเนาเอกสารหมาย

จ.5 ส่วนจำเลยที่ 3เป็นเพียงผู้ทำรายงานการตรวจสอบที่ดินและเสนอต่อนายเผด็จ สุวรรณมณี โดยนายเผด็จเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองในฐานะผู้ประเมินในเอกสารหมาย จ.5 จำเลยที่ 3 จึงไม่ได้เป็นผู้ทำคำรับรองในเอกสารดังกล่าว การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269 ดังที่โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 1และที่ 3 จึงไม่มีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธาดา กษิตินนท์ · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์ · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14496/2558

โจทก์กล่าวหาจำเลยที่ 1 ว่าปลอมรายงานการประชุมวิสามัญ ครั้งที่ 3/2527 ของบริษัท ง. รายงานการประชุมระบุว่า ป. กับพวก ซื้อที่ดินโฉนดตราจองเลขที่ 169 มาจากบุคคลภายนอกในนามกิจการ โดยให้ ช. ถือกรรมสิทธิ์แทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10974/2557

ฟ้องโจทก์ทั้งสองบรรยายโดยชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกันปลอมหนังสือมอบอำนาจที่ยังไม่มีการกรอกข้อความขึ้นทั้งฉบับ โดย ท. ไม่ได้ยินยอมด้วย ส่วนจำเลยที่ 1 จะปลอมหนังสือมอบอำนาจขึ้นทั้งฉบับด้วยวิธีการใด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7745/2552

คำเบิกความของ ว. และ ส. พยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งศาลต้องบันทึกไว้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 237 วรรคหนึ่ง เป็นพยานเอกสารอย่างหนึ่งซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่า จำเลยทั้งสองมีผิดหรือบริสุทธิ์ โจทก์จึงชอบที่จะอ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5548/2545

ธนาคารอาคารสงเคราะห์จ้างโจทก์สำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินของผู้กู้ยืมเงิน ซึ่งกำหนดให้โจทก์ต้องควบคุมดูแลลูกจ้างหรือพนักงานหรือตัวแทนของโจทก์ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องส่งผลการสำร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้