คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนคานเหล็กและประตูเหล็กออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 376 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ให้นำท่อระบายน้ำออกจากหน้าตึกแถวเลขที่ 1151/25, 1151/26, 1151/28 และ 1151/29 เลขที่ใหม่ 521, 519, 515 และ 513 ซอยสันติ (ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 23) ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ให้โจทก์ทั้งสองเข้าปรับปรุงทางระบายน้ำบนที่ดินโฉนดเลขที่ 376, 13623, 378 และ 377 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยจดทะเบียนที่ดินทั้งสี่แปลงดังกล่าวเป็นภาระจำยอมเพื่อทางเดิน ทางรถยนต์ และทางระบายน้ำแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสอง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 21,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะปฏิบัติตามคำขอข้างต้นเสร็จสิ้น
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนคานเหล็กและประตูเหล็กที่ปิดกั้นทางพิพาทด้านติดถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน และให้ขนย้ายท่อระบายน้ำที่วางบนทางพิพาทปิดบังขวางหน้าตึกแถวเลขที่ 1151/25, 1151/26, 1151/28 และ 1151/29 (เลขที่ใหม่ 521, 519, 515 และ 513 ตามลำดับ) ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 23 (ซอยสันติ) ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ออกจากหน้าตึกแถวของโจทก์ทั้งสอง คำขออื่นนอกจากนี้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายมีว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนคานเหล็กและประตูเหล็กที่ปิดกั้นทางพิพาทด้านติดถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน และให้ขนย้ายท่อระบายน้ำที่วางบนทางพิพาทออกไปจากหน้าตึกแถวของโจทก์ชอบหรือไม่ จำเลยทราบดีอยู่แล้วว่านางวิพัทธ์บูรณ์เจ้าของเดิมก่อสร้างทางพิพาทไว้สำหรับให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าตึกแถวใช้เป็นทางสัญจรเข้าออกสู่ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินได้ การที่จำเลยซื้อทางพิพาทจากนางวิพัทธ์บูรณ์และได้ก่ออิฐเป็นกำแพงปิดกั้นทางพิพาทบริเวณปากทางออกสู่ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินย่อมบ่งชี้ให้เห็นว่า จำเลยใช้สิทธิโดยไม่สุจริตมุ่งแต่ประโยชน์ตนฝ่ายเดียว โดยรู้อยู่แล้วว่าต้องเกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อหรือผู้เช่าตึกแถวจากนางวิพัทธ์บูรณ์ที่ไม่สามารถใช้ทางพิพาทออกสู่ทางสาธารณะด้านถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินได้โดยปกติสุข
การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อนางสาวเกียน้อยโจทก์ในคดีดังกล่าวซึ่งเป็นผู้เช่ารายหนึ่ง ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1036/2543 จึงผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยยอมให้นายเอกสินผู้เช่าทำประตูเหล็กและคานเหล็กปิดกั้นทางพิพาทก็ดี จำเลยนำท่อระบายน้ำไปวางไว้บนทางพิพาทก็ดี ล้วนเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมตึกแถวติดทางพิพาทไม่สามารถใช้ทางพิพาทออกสู่ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินได้ จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ