Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3642/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดในประเทศไทย จำเลยที่ 2และที่ 3 จดทะเบียนเป็นบริษัทอยู่ในต่างประเทศ โจทก์ทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยที่ 2 แม้จำเลยที่ 2 จะถือหุ้นใหญ่ในบริษัทจำเลยที่ 1 ก็หาทำให้บริษัทจำเลยที่ 1 เป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2 ไม่ จำเลยที่ 1 และที่ 2 มิใช่บุคคลคนเดียวกัน ทั้งจำเลยที่ 2และที่ 3 ก็มิได้จดทะเบียนให้จำเลยที่ 1 เป็นสำนักงานสาขาของของตนในประเทศไทย ดังนี้โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้สำหรับจำเลยที่ 1 นั้นเมื่อไม่ได้เป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2และที่ 3 ทั้งมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ และไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการอยู่ต่างประเทศ โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1ไม่ได้เช่นกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายฐานผิดสัญญาซื้อขายจำนวน 60,656,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามรวมกันชำระเงินค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 60,589,128 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายซึ่งคู่กรณีโต้เถียงกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามฐานผิดสัญญาซื้อขายสินค้าเอทีลีนและขอบังคับให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้หรือไม่ ปรากฏข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลยฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามต่างมีฐานะเป็นนิติบุคคลโดยจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดในประเทศไทย

ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศโดยจดทะเบียนเป็นบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัทจำเลยที่ 2 ถือหุ้นอยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 ประมาณ 97.93 เปอร์เซ็นต์ การทำนิติกรรมซื้อขายสินค้าเอทีลีน อันเป็นมูลกรณีพิพาทกันในคดีนี้ ผู้เป็นคู่สัญญาคือโจทก์ และจำเลยที่ 2 ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.4 ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 3 หาได้ร่วมลงชื่อเป็นคู่สัญญาด้วยไม่ แต่สาเหตุที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2ผู้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ด้วยนั้น ก็เพราะโจทก์ถือว่าจำเลยที่ 2เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของจำเลยที่ 3 และเนื่องจากจำเลยที่ 2เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 จึงทำให้จำเลยที่ 1อยู่ในฐานะเสมือนเป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2 และที่ 3ในประเทศไทย

โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในประเทศไทยได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวจำเลยฎีกาโต้แย้งในข้อกฎหมายว่า โจทก์หามีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยทั้งสามได้ไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 อันอาจมีผลให้การบริหารงานและดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 อยู่ในอำนาจของจำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวก็ตาม พฤติการณ์เช่นนี้ก็หาทำให้บริษัทจำเลยที่ 1 แปรสภาพกลายเป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2 ไปไม่ เพราะในทางนิตินัยกฎหมายบัญญัติให้ผู้ถือหุ้นกับนิติบุคคลนั้นแยกออกต่างหากจากกัน เมื่อเป็นดังนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงมิใช่เป็นบุคคลคนเดียวกัน ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 หรือที่ 3 ได้จดทะเบียนให้จำเลยที่ 1มีฐานะเป็นสำนักงานสาขาของตนในประเทศไทย

โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศให้ต้องรับผิดในกรณีเช่นนี้ได้ และเมื่อฟังว่าจำเลยที่ 1 มิใช่เป็นสำนักงานสาขาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ดังกล่าวแล้ว ทั้งมิได้เป็นคู่สัญญาที่พิพาทกันในคดีนี้ และยังได้ความจากนายมังกร เกรียงวัฒนาพยานโจทก์ด้วยว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3ไม่ได้มีหนังสือแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 เพียงแต่ช่วยติดต่อให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ทำสัญญาซื้อขายกันโดยจำเลยที่ 1 ได้นำสัญญาซึ่งจำเลยที่ 2 ลงชื่อก่อนแล้วไปให้โจทก์เพื่อให้โจทก์ลงนามจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 1เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการอยู่ต่างประเทศที่ได้ทำสัญญาแทนตัวการ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องบังคับจำเลยที่ 1 ได้เช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้