Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 36532)

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำให้การของ ส. ซึ่งเป็นผู้กระทำผิด ที่พาดพิงถึงจำเลยมีลักษณะเป็นการซัดทอด แต่ก็ใช่ว่าจะรับฟังไม่ได้เสียทีเดียว และ ส. ไม่ได้ เป็นจำเลยในคดีนี้ มิใช่เป็นการซัดทอดจำเลยในคดีเดียวกันทั้ง ส. มาเบิกความด้วยตนเองโดยตรงต่อศาล มิใช่พยานบอกเล่าจึงรับฟังได้คดีทั้งสี่สำนวนนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คำให้การของ ส. ซึ่งเป็นผู้กระทำผิด ที่พาดพิงถึงจำเลยมีลักษณะเป็นการซัดทอด แต่ก็ใช่ว่าจะรับฟังไม่ได้เสียทีเดียว และ ส. ไม่ได้ เป็นจำเลยในคดีนี้ มิใช่เป็นการซัดทอดจำเลยในคดีเดียวกันทั้ง ส. มาเบิกความด้วยตนเองโดยตรงต่อศาล มิใช่พยานบอกเล่าจึงรับฟังได้คดีทั้งสี่สำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องทั้งสี่สำนวนมีใจความว่า เมื่อระหว่างปลายเดือนธันวาคม 2536 จนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2537 จำเลยกับพวกและจ่าสิบเอกสุเมธ ไพรบึง จ่าสิบตรีล้อม เขม้นกสิกิจ ร้อยเอกจำนงค์พะยิ้ม จ่าสิบเอกเศกศึกหรือเสกศึก ศรีสมบูรณ์ และจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1132/2538, 1226/2538, 1254/2538 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1334/2538 ของศาลชั้นต้น ซึ่งให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้ว

ได้ร่วมกันหลอกลวงกองทัพบกผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 31 (ค่ายจิรประวัติ)โดยพลตรีศิลกัล กัลยาณมิตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้ครอบครองดูแลรักษาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของทหารในสังกัด ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยจำเลยกับพวกและบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกันจัดทำใบสำคัญความเห็นแพทย์ ใบรับรองรายการยาและอวัยวะเทียมที่ไม่มีจำหน่ายในสถานพยาบาล ใบสั่งยาและใบเสร็จรับเงินแสดงการจัดซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์โดยอ้างว่าตนเองหรือภริยาหรือบิดามารดาป่วยหรือพิการและได้ซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์ไปอันเป็นความเท็จ ความจริงไม่ได้มีการซื้อแต่อย่างใด แล้วบุคคลดังกล่าวได้นำเอกสารไปยื่นขอเบิกเงินจากเจ้าหน้าที่ของผู้เสียหายทั้งสอง โดยการหลอกลวงเช่นว่านั้น

ทำให้เจ้าหน้าที่ของผู้เสียหายที่ 2 หลงเชื่อ จึงจ่ายเงินให้แก่จำเลยและกลุ่มบุคคลดังกล่าวโดยจ่ายให้จ่าสิบเอกสุเมธเป็นเงิน 25,910 บาท เนื่องจากจ่าสิบเอกสุเมธหลอกลวงว่านางทัศนีย์ ไพรบึง ภริยาของตนป่วยพิการต้องซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์เป็นเงิน 27,100 บาท จ่ายให้จ่าสิบตรีล้อมเป็นเงิน 66,490 บาท เนื่องจากจ่าสิบตรีล้อมหลอกลวงว่าตนเองและนางเชื้อ เขม้นกสิกิจ มารดาป่วยพิการต้องซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์เป็นเงิน 69,500 บาท จ่ายให้ร้อยเอกจำนงค์ 49,400 บาทเนื่องจากร้อยเอกจำนงค์หลอกลวงว่าตนเองป่วยพิการได้ซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์เป็นเงิน 49,400 บาท และจ่ายให้จ่าสิบเอกเศกศึกหรือเสกศึกจำนวน 50,680 บาท เนื่องจากจ่าสิบเอกเศกศึกหรือเสกศึกหลอกลวงว่านางแจ่มและนางเครือทิพย์

ศรีสมบูรณ์ มารดาและภริยาของตนป่วยพิการได้ซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์เป็นเงิน 51,000 บาท เหตุเกิดที่ตำบลนครสวรรค์ออก อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341, 91 กับให้จำเลยคืนเงินรวม192,480 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสอง นับโทษของจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 178/2540 ของศาลชั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบด้วยมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปีรวมจำคุก 6 ปี

ส่วนที่ขอให้นับโทษของจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 178/2540 ของศาลชั้นต้นนั้น ปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลยังมิได้มีคำพิพากษาจึงไม่อาจนับโทษต่อให้ได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ทั้งสี่สำนวนศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนจำเลยฎีกาทั้งสี่สำนวน โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จ่าสิบเอกสุเมธ ไพรบึง จ่าสิบตรีล้อม เขม้นกสิกิจ ร้อยเอกจำนงค์ พะยิ้ม และจ่าสิบเอกเศกศึกหรือเสกศึก ศรีสมบูรณ์ ได้หลอกลวงกองทัพบก ผู้เสียหายที่ 1 และพลตรีศิลกัล กัลยาณมิตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้เสียหายที่ 2 ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยจัดทำใบสำคัญความเห็นแพทย์

ใบรับรองรายการยาและอวัยวะเทียมที่ไม่มีจำหน่ายในสถานพยาบาลใบสั่งยา และใบเสร็จรับเงินแสดงการจัดซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์โดยอ้างว่าตนเองหรือภริยาหรือบิดามารดาป่วยหรือพิการ และได้ซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์อันเป็นความเท็จ ความจริงมิได้มีการซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด แล้วบุคคลทั้งสี่ได้นำเอกสารไปยื่นขอเบิกเงินจากเจ้าหน้าที่ของผู้เสียหายทั้งสอง ทำให้เจ้าหน้าที่ของผู้เสียหายทั้งสองหลงเชื่อ จ่ายเงินให้แก่บุคคลทั้งสี่อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งบุคคลทั้งสี่ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ชดใช้เงินค่ารักษาพยาบาลที่รับไปแล้ว ทั้งให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและในชั้นศาลศาลชั้นต้นพิพากษาว่าบุคคลทั้งสี่มีความผิดฐานฉ้อโกงแต่ให้รอการลงโทษไว้คดีสำหรับบุคคลทั้งสี่เป็นอันยุติ คงมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า จำเลยร่วมกระทำความผิดกับบุคคลทั้งสี่ตามฟ้องของโจทก์ทั้งสี่สำนวนหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาโต้แย้งสรุปเป็นใจความได้ว่า เหตุที่บุคคลทั้งสี่ให้การในชั้นสอบสวนอ้างว่าจำเลยเป็นคนจัดเอกสารเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลสำหรับอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ให้แก่บุคคลทั้งสี่นั้น เป็นเพราะบุคคลทั้งสี่ถูกนายทหารพระธรรมนูญขู่เข็ญว่าจะงดจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ และให้สัญญาว่าจะได้รับการรอการลงอาญา จึงให้การปรักปรำจำเลย ทั้งนางทิพารัตน์หรือเปีย มเหศวรก็มิใช่ภริยาของจำเลยและจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแต่อย่างใด เห็นว่า ตามที่บุคคลทั้งสี่คือ จ่าสิบเอกสุเมธ จ่าสิบตรีล้อมร้อยเอกจำนงค์ และจ่าสิบเอกเศกศึกหรือเสกศึกได้ให้การในชั้นสอบสวนว่าเป็นผู้เบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลสำหรับอวัยวะเทียมและอุปกรณ์อันเป็นเท็จ โดยมีจำเลยเป็นผู้ช่วยดำเนินการให้ร่วมกับนางทิพารัตน์หรือเปียนั้น

บุคคลทั้งสี่ต่างให้การรับสารภาพในชั้นศาล โดยมิได้กล่าวอ้างเลยว่าบุคคลทั้งสี่ถูกข่มขู่หรือถูกจูงใจจากนายทหารพระธรรมนูญซึ่งนั่งฟังการสอบสวนของพนักงานสอบสวนในคดีนี้โดยตลอด คือพันโทนันทวิทย์คงเพชร ผู้ทำหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงมาตั้งแต่เบื้องต้น นอกจากนี้บุคคลทั้งสี่ก็มิได้คัดค้านหรือโต้แย้งแต่ประการใดว่า พันโทนันทวิทย์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันจะทำให้กระบวนการสอบสวนรับฟังไม่ได้ดังข้ออ้างของจำเลยจริงอยู่แม้คำให้การของบุคคลทั้งสี่ที่พาดพิงถึงจำเลยว่า ได้ร่วมกับนางทิพารัตน์หรือเปียจัดทำหลักฐานอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ให้แก่บุคคลทั้งสี่นั้นมีลักษณะเป็นการซัดทอด แต่ก็ใช่ว่าจะรับฟังไม่ได้เสียทีเดียวทั้งบุคคลทั้งสี่มิใช่จำเลยในคดีนี้จึงมิใช่เป็นการซัดทอดจำเลยในคดีเดียวกัน

โจทก์จึงอ้างบุคคลดังกล่าวมาเป็นพยานในคดีนี้ได้และคำเบิกความของบุคคลทั้งสี่ในฐานะพยานชั้นศาลก็ไม่ต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานเพราะพยานมาเบิกความด้วยตนเองโดยตรงต่อศาล หาใช่พยานบอกเล่าแต่อย่างใดไม่ ดังปรากฏจากคำเบิกความในชั้นศาลของจ่าสิบเอกสุเมธ จ่าสิบตรีล้อมและจ่าสิบเอกเศกศึกหรือเสกศึกที่ยืนยันตรงกันว่า จำเลยเป็นผู้ให้คำแนะนำช่วยเหลือและจัดการเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จประกอบเรื่องขอเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลสำหรับอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ให้แก่พยานทั้งสามจนกระทั่งเบิกค่ารักษาพยาบาลได้สำเร็จ โดยจำเลยได้รับผลประโยชน์คือส่วนแบ่งจากค่ารักษาพยาบาลอันเป็นเท็จดังกล่าวทุกราย ส่วนร้อยเอกจำนงค์พยานโจทก์อีกปากหนึ่งนั้น

แม้เบิกความว่าได้ทราบเรื่องการเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับอวัยวะเทียมจากเพื่อของพยานก็ตาม แต่พยานก็ยอมรับว่าได้ทราบเรื่องดังกล่าวจากจำเลยด้วย โดยจำเลยให้พยานติดต่อกับนางทิพารัตน์ มเหศวร ตัวแทนของบริษัทไทยแลนด์ แขนขาเทียม จำกัดในที่สุด นางทิพารัตน์ซึ่งพยานเห็นพูดคุยใกล้ชิดสนิทสนมกับจำเลยก็ได้ดำเนินการช่วยเหลือให้พยานได้รับค่ารักษาพยาบาลสำหรับอวัยวะเทียมอันเป็นเท็จ และพยานได้ให้ส่วนแบ่งแก่นางทิพารัตน์ตามที่นางทิพารัตน์เรียกร้อง จึงสอดคล้องกับคำเบิกความของจ่าสิบเอกสุเมธและจ่าสิบตรีล้อมที่ว่านางเปียเป็นผู้ได้รับส่วนแบ่งเงินค่ารักษาพยาบาลสำหรับอวัยวะเทียมและอุปกรณ์จากพยานเช่นกัน ทั้งนี้พันโทประยูรต๊ะบีนตา

ได้เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่านางเปียเป็นบุคคลเดียวกับนางทิพารัตน์ มเหศวร และเป็นภริยาของจำเลยข้อเท็จจริงดังกล่าวจำเลยได้ให้การในชั้นสอบสวนยอมรับว่า จำเลยอยู่กินกับนางทิพารัตน์เป็นเวลา20 ปี โดยมิได้จดทะเบียนสมรสมีบุตรด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันแยกกันอยู่ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.40 จำเลยมิได้โต้แย้งว่าการสอบสวนดังกล่าวไม่ชอบ พฤติการณ์แห่งคดีจึงรับฟังได้แน่ชัดปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยและนางทิพารัตน์หรือเปียได้ร่วมกันให้คำแนะนำช่วยเหลือ และจัดทำหลักฐานเพื่อเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับอวัยวะเทียมและอุปกรณ์อันเป็นเท็จให้แก่จ่าสิบเอกสุเมธ จ่าสิบตรีล้อม จ่าสิบเอกเศกศึกหรือเสกศึก และร้อยเอกจำนงค์จริง โดยจำเลยและนางทิพารัตน์หรือเปียได้ประโยชน์ตอบแทนเป็นเงินส่วนแบ่งจากค่ารักษาพยาบาลสำหรับอวัยวะเทียมและอุปกรณ์อันเป็นเท็จ ซึ่งบุคคลทั้งสี่ได้รับจากผู้เสียหายทั้งสอง จึงเป็นกรณีร่วมกระทำผิดฐานฉ้อโกงกับบุคคลทั้งสี่ตามฟ้องของโจทก์ทั้งสี่สำนวน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสี่สำนวนฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชา มหาคุณ · พูนศักดิ์ จงกลนี · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6918/2544

จ. ประจักษ์พยานโจทก์ยืนยันว่า ในวันเวลาเกิดเหตุ จ. ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลย แม้ จ. ถูกจับกุมดำเนินคดีฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เป็นการดำเนินคดีในการกระทำความผิดคนล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2544

++ เรื่อง ฉ้อโกง ++ ++ คดีแดงที่ 810-813/2544 คำให้การของ ส.ซึ่งเป็นผู้กระทำผิดที่พาดพิงถึงจำเลยมีลักษณะเป็นการซัดทอด มิใช่ว่าจะรับฟังไม่ได้ และมิใช่เป็นการซัดทอดจำเลยในคดีเดียวกันโจทก์จึงอ้าง ส.มาเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4979/2541

แม้ในชั้นสอบสวนผู้เสียหายในคดีปล้นทรัพย์จะให้การแตกต่างจากคำเบิกความของผู้เสียหายในชั้นพิจารณาไปบ้าง แต่ในชั้นสอบสวนผู้เสียหายก็ให้การยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยกับชายอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคนร้ายยืนคุมผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2472/2541

แม้บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของ ต. จะเป็นพยานบอกเล่าซึ่งโดยลำพังไม่อาจจะรับฟังชี้ลงไปได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้กระทำความผิด แต่อาจรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ เมื่อโจทก์มีพันตำรวจตรี ว.พนักงาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6965/2540

แม้คำให้การชั้นจับกุมของ ฉ. ซึ่งมิได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยคดีนี้ด้วยจะมีลักษณะเป็นคำซัดทอดในระหว่างผู้ต้องหาด้วยกันก็ตาม แต่ก็ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้รับฟังคำให้การเช่นว่านี้เสียทีเดียว หากการซัดทอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้