Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3655/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลย และให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน 15 วัน แต่จำเลยไม่ชำระภายในกำหนด กลับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องและไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ดังนี้ ทางแก้ของจำเลยคือจำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ และนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอวางเงินค่าธรรมเนียมศาลได้อีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์จำเลยยื่นอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า จำเลยมิได้ยากจนจริง ยังมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาล จึงให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 9 สิงหาคม 2545 จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลบางส่วนและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลานำเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางศาลภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2545

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่จำเลยไม่ได้นำค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด จนกระทั่งพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงิน จำเลยกลับยื่นคำร้องขออนุญาตวางเงินค่าธรรมเนียมส่วนที่เหลือ โดยอ้างเหตุผลว่า เข้าใจว่าครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในวันที่ 20 ตุลาคม 2545

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมแล้ว และศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2544 จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ วันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลย ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 9 สิงหาคม 2545 จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระบางส่วน และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาล ส่วนที่เหลือในวันที่ 10 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นอนุญาต ปรากฏว่าจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไป วันที่ 14 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอุทธรณ์ของจำเลยว่า

จำเลยผู้อุทธรณ์ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในกำหนดตามคำสั่งศาล จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ในวันเดียวกันจำเลยยื่นคำร้องว่า ที่จำเลยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางภายในกำหนดเวลานั้นด้วยความเข้าใจผิดของจำเลยว่าจะครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในวันที่ 20 ตุลาคม 2545 และจำเลยได้เตรียมค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางแล้วมีความประสงค์จะวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือ ขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเนื่องจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมแล้ว และศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยจึงฎีกาเป็นคดีนี้ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยไปแล้ว ทางแก้ของจำเลยคือจำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 6 และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามที่บทบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอวางเงินค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ได้อีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และรับฎีกาของจำเลย และศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับวินิจฉัยเรื่องการขอวางเงินค่าธรรมเนียมให้จึงเป็นการไม่ชอบ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 และยกฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลยค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ยอดปัญญา · สบโชค สุขารมณ์ · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1837/2563

ในคดีมโนสาเร่ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์ไม่นำค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6941/2549

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8572/2547

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ที่ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยที่ 2 ได้ยื่นอุทธรณ์พร้อมกับลงลายมือชื่อไว้ในอุทธรณ์ว่าจะมาฟังคำสั่งภายใน 7 วัน นับแต่วันยื่นอุทธรณ์ หา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2385/2545

เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่วางเงินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ภายในกำหนด จำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์และนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2568

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ของโจทก์เสียก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 คดียั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้