Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3660/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินโฉนดเลขที่ 44558 ได้มีการแบ่งแยกในนามเดิมออกไป 12 แปลง คงเหลือเนื้อที่ 28 ตารางวา คดีก่อน ส.ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินได้ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 44558 ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังว่า จำเลยทั้งสองปลูกบ้านอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 44558 พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด ต่อมา ส. ได้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 127496 เนื้อที่ 50 ตารางวา ซึ่งเป็นโฉนดใหม่ที่แบ่งแยกออกมาดังกล่าวให้โจทก์ทั้งสองขณะที่ ส. ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง ที่ดินโฉนดเลขที่ 44558 กับโฉนดเลขที่ 127496 เป็นที่ดินคนละแปลงกันอยู่แล้ว เมื่อโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 127496 มาจาก ส. และยื่นฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้จึงมิใช่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุเดียวกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๖ เนื้อที่ ๕๐ ตารางวา โดยซื้อมาจากนางสาวสุชาดา พัชรสุคนธ์ จำเลยทั้งสองได้ปลูกบ้านเลขที่ ๒๗๑/๑ ในที่ดินดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวาร รื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไป ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะรื้อถอนบ้านและขนย้ายออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า นางสาวสุชาดา จูงสัมพันกุล หรือนางสุชาดา พัชรสุคนธ์ ได้ยกที่ดินให้สุเหร่าบึงหนองบอนโจทก์ทั้งสองเป็นกรรมการสุเหร่าจึงไปทำสัญญาซื้อขายเพื่อฟ้องขับไล่จำเลยนางสาวสุชาดา เคยเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๔๕๕๘ ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด ต่อมานางสาวสุชาดา ได้ขอแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๔๕๕๘ ออกหลายแปลง ได้ออกโฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๖ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๑๙

โจทก์ทั้งสองมาฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยทั้งสองปลูกบ้านในที่ดินลำพังปลาดุกเป็นที่สาธารณาสมบัติแผ่นดินมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๔ หากเป็นที่ของโจทก์จำเลยทั้งสองก็ครอบครองมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิช์ มาตรา ๑๓๘๒ จึงฟ้องแย้ง ขอให้พิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๖ เนื้อที่ ๕๐ ตารางวาเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสอง

โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินที่โจทก์ซื้อโฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๖ มาจากนางสุชาดาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ที่ดินที่โจทก์ซื้อเจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๙ โจทก์ทั้งสองซื้อมาเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๔ จำเลยทั้งสองยังไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลย

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันฟังได้ว่า เดิมนางสาวสุชาดาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๔๕๕๘ แขวงประเวศ ( ประเวศฝั่งใต้ ) เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ๑๒ ตารางวา ต่อมาได้ขอแบ่งแยกในนามเดิมออกไป ๑๒ แปลงพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๑๙ เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๕ ถึงโฉนดเลขที่ ๑๒๗๕๐๖ โฉนดเลขที่ ๔๔๕๕๘ เดิมคงเหลือเนื้อที่ ๒๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๖ มีเนื้อที่ ๕๐ ตารางวา ได้ออกโฉนดใหม่ให้เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๙ วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๒๑ นางสาวสุชาดาได้เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๔๕๕๘ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า

พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองปลูกบ้านอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๔๕๕๘ พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด ปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ ๑๔๙๐/๒๕๒๒ ของศาลแพ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๔ นางสุชาดาได้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๖ ให้โจทก์ทั้งสองโดยทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามเอกสารหมาย จ.๑, จ.๒ ปัญหาวินิจฉัยมีว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นางสาวสุชาดาเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๔๕๕๘ ได้ขอแบ่งแยกที่ดินในนามเดิมและพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๑๙ เฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๖ ซึ่งมีเนื้อที่ ๕๐ ตารางวาเป็นโฉนดใหม่ ออกโฉนดให้เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๙ ส่วนที่ดินโฉนดเบขที่ ๔๔๕๕๘ โฉนดเดิม คงเหลือเนื้อที่ ๒๘ ตารางวา นางสาวสุชาดาเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๔๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๒๑ ขณะที่นางสาวสุชาดายื่นฟ้องจำเลยทั้งสองที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๔๕๕๘ กับโฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๖ เป็นที่ดินคนละแปลงกันอยู่แล้ว เมื่อโจทก์ทั้งสองได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๔๙๖ มาจากนางสาวสุชาดาในเวลาต่อมาและยื่นฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้จึงมิใช่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน

ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่ศางชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามมิให้ฟ้องอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ และพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้