Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบันทึกข้อตกลงมีข้อความระบุไว้แต่เพียงว่า ช. และจำเลยต่างยืนยันว่าไม่ติดใจที่จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีอย่างใดซึ่งกันและกัน ค่าเสียหายที่เกิดจากรถเฉี่ยวชนกันดังกล่าวมีทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารถยก และค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่บาดเจ็บ แต่ตามบันทึกดังกล่าวไม่มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่ชัดแจ้งว่าทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาทโดยยอมสละข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิงแต่อย่างใด อีกทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เอาประกันรถยนต์กระบะคือ ธ. มิใช่ ช. สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมรถหรือค่ายกรถจึงเป็นสิทธิของ ธ. ไม่ใช่สิทธิของ ช. ทั้งไม่ปรากฏว่า ธ. ได้มอบอำนาจให้ ช. ดำเนินการตกลงกับคู่กรณีแต่อย่างใด บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอันจะทำให้หนี้ในมูลละเมิดครั้งนี้ระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ถึง 852

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 107,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 103,110 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บน 7290 นครปฐม ไว้จากนายธนัฐ จำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ข - 9350 นครปฐม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 เวลา 15.40 นาฬิกา ขณะที่นายชาญศิลป์ ขับรถยนต์กระบะที่โจทก์รับประกันภัยไว้จากอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม มาตามถนนสายศาลายา - บางภาษี เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณทางแยกเข้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ได้เฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ข - 9350 นครปฐมซึ่งจำเลยขับออกจากสถานีบริการน้ำมัน เพื่อจะเลี้ยวกลับรถไปในช่องเดินรถฝั่งตรงข้ามเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย

นายชาญศิลป์กับนายขวัญชัย ซึ่งนั่งมาในรถยนต์กระบะได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุร้อยตำรวจเอกแดน พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับนายชาญศิลป์และจำเลยคนละ 500 บาท และทำบันทึกข้อตกลงไว้ในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า ทั้งนายชาญศิลป์และจำเลยต่างไม่ติดใจที่จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีซึ่งกันและกันตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี โจทก์นำรถยนต์ที่รับประกันภัยไว้ไปซ่อมเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อม ค่ารถยก ค่ารักษาพยาบาลให้นายชาญศิลป์และนายขวัญชัยเป็นเงิน 103,100 บาทตามใบสั่งจ่ายค่าสินไหมทดแทน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่จำเลยและนายชาญศิลป์ต่างทำบันทึกไว้ต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า ไม่ติดใจดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายใด

ๆ ต่อกันนั้นถือเป็นข้อตกลงในการระงับข้อพิพาทให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามลักษณะของสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกข้อตกลงมีข้อความระบุไว้แต่เพียงว่านายชาญศิลป์และจำเลยต่างยืนยันว่าไม่ติดใจที่จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีอย่างใดซึ่งกันและกัน ค่าเสียหายที่เกิดจากรถเฉี่ยวชนกันดังกล่าวมีทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารถยก และค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่บาดเจ็บ แต่ตามบันทึกดังกล่าวไม่มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่ชัดแจ้งว่าทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาทโดยยอมสละข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิงแต่อย่างใด อีกทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เอาประกันภัยรถยนต์กระบะคือนายธนัฐ มิใช่นายชาญศิลป์ สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมรถหรือค่ายกรถจึงเป็นสิทธิของนายธนัฐไม่ใช่สิทธิของนายชาญศิลป์

ทั้งไม่ปรากฏว่านายธนัฐได้มอบอำนาจให้นายชาญศิลป์ดำเนินการตกลงกับคู่กรณีแต่อย่างใด บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอันจะทำให้หนี้ในมูลละเมิดครั้งนี้ระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 850 ถึง 852 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังว่า เหตุที่รถยนต์ชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยแต่เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุและได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปตามกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว จึงรับช่วงสิทธิของผู้ถูกละเมิดเรียกค่าเสียหายจากจำเลยผู้ทำละเมิดได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 103,110 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่กิน 4,290 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประยูร ณ ระนอง · สมควร วิเชียรวรรณ · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลล่าง
ศาลแขวงนครปฐม - นายสุทรรศน์ น้อยแก้ว
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายบุญส่ง น้อยโสภณ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1195/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ715/2544
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ778/2545
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2127/2538

โจทก์จำเลยทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับที่ดินพิพาทและทรัพย์สินที่โจทก์ยกให้แก่จำเลยโดยจำเลยยอมยกทรัพย์สินดังกล่าวส่วนหนึ่งให้บุคคลภายนอกและอีกส่วนหนึ่งจำเลยยอมโอนคืนให้แก่โจทก์โดยโจทก์ยอมยกยุ้งข้าว1หลังให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2538

จำเลยและว.ต่างขับรถยนต์โดยประมาทและต่างถูกร้อยตำรวจโทอ.พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับการที่ร้อยตำรวจโทอ.เปรียบเทียบปรับจำเลยและว. และค่าเสียหายของรถยนต์ทั้งสองคันได้มีการตกลงกันให้ต่างคนต่างซ่อมโดยขณะนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5544/2534

โจทก์และจำเลยทั้งหกทำบันทึกข้อตกลงขอรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยโจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4แบ่งแยกที่ดินออกไป และโจทก์ยอมรับส่วนที่เหลือจากการแบ่งแยกโดยยอมรับว่าที่ดิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2506

(1) สัญญาใดที่ทั้งสองฝ่ายมีความประสงค์จะระงับข้อพิพาทโดยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน คือ โจทก์ยอมถอนฟ้องคดีซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล กับทั้งจะไม่เรียกร้องเกี่ยวข้องด้วยทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยต่อไป และฝ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19/2504

คดีก่อนศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์ (คือจำเลยในคดีก่อน) ชำระเงิน 3 ล้านบาทเศษแก่จำเลย (คือโจทก์ในคดีก่อน) คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นหนังสือกันนอกศาลว่า จำเลยยอมรับเงินจา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้