Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3674/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ถูกจำเลยเลิกจ้างและฟ้องเรียกค่าชดเชยที่ขาดจากจำเลยหลังจากศาลชั้นต้นชี้สองสถานแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้องเพิ่มเติมข้อหาว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นธรรม ขอให้ใช้ค่าเสียหายด้วยดังนี้ มูลกรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยที่ขาดกับค่าเสียหายเนื่องจากเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นมูลกรณีเดียวกัน โจทก์ย่อมทราบถึงสิทธิเรียกร้องทั้งสองประเภทดีอยู่แล้วขณะยื่นฟ้องจึงอาจยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้องได้ก่อนวันชี้สองสถาน และเมื่อคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน การแก้ไขฟ้องดังกล่าวจึงไม่ชอบเมื่อศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขฟ้อง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 180 ป.วิ.พ. มาตรา 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยต้องใช้ค่าเสียหาย ในการจ่ายค่าชดเชยจำเลยไม่ได้นำเบี้ยเลี้ยงมาคำนวณด้วย เป็นการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายกับค่าชดเชยที่ขาดแก่โจทก์

จำเลยให้การและเพิ่มเติมคำให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าเบี้ยเลี้ยงจำเลยไม่ต้องนำมาคำนวณจ่ายค่าชดเชย เพราะไม่ได้ค่าจ้าง ขอให้ยกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นธรรมจำต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ การจ่ายค่าชดเชยไม่ต้องนำเบี้ยเลี้ยงมาคำนวณด้วย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าเดิมโจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าชดเชยที่ขาดประเภทเดียวโดยอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ แล้วจ่ายค่าชดเชยไม่ถูกต้อง เพราะมิได้นำค่าเบี้ยเลี้ยงมาคำนวณจำเลยให้การต่อสู้หลายประการ ครั้นถึงวันนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางชี้สองสถานโดยกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ และกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง โดยขอเพิ่มเติมข้อหาอีกข้อหนึ่งว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้ใช้ค่าเสียหายอีกจำนวนหนึ่งศาลแรงงานกลางสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขฟ้องในวันเดียวกันโดยมิได้สอบถามจำเลยก่อน เมื่อจำเลยยื่นคำให้การแก้ข้อหาตามคำร้องของโจทก์ จำเลยได้โต้แย้งคำสั่งศาลแรงงานกลางไว้ด้วย

ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯไม่ได้บัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑ์ในการขอแก้ไขฟ้องหรือคำให้การไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา ๓๑ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ วรรคท้ายบัญญัติว่า "(๒) คู่ความที่ขอแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การอาจยื่นคำร้องได้ก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานแล้วแต่กรณี และคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องนั้นเสีย" ตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดไว้ชัดแจ้งว่า ถ้าเป็นคดีที่ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแล้ว กรณีที่คู่ความอาจยื่นคำร้องได้ก่อนวันชี้สองสถาน

ก็ให้ยื่นก่อนวันชี้สองสถาน มิฉะนั้นให้ศาลยกคำร้องนั้น คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า มูลกรณีที่โจทก์ถือเป็นสาเหตุฟ้องเรียกค่าชดเชยที่ขาดและค่าเสียหายเนื่องจากเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นมูลกรณีเดียวกัน ซึ่งเกิดจากจำเลยเลิกจ้างคราวเดียวกัน ดังสั้น ย่อมเห็นได้ว่าในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแต่แรกนั้น โจทก์ทราบถึงสิทธิเรียกร้องของโจทก์ทั้งสองประเภทดีอยู่แล้ว โจทก์จึงอาจยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้องได้ก่อนวันชี้สองสถาน การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้องหลังจากมีการชี้สองสถานไปแล้วย่อมไม่ชอบ และคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนชอบที่ศาลแรงงานกลางจะสั่งยกคำร้องของโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขฟ้องนั้น เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ให้ยกคำสั่งของศาลแรงงานกลางเสีย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายกอบเกียรติ รัตนพานิชศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3551/2529

ศาลแรงงานกลางซึ่งพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดสกลนครมีคำสั่งให้งดสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาวันที่14เมษายน2529จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การต่อศาลจังหวัดสกลนครเมื่อวันที่10เมษายน2529ศาลจังหวัดสกลนครส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18948/2555

จำเลยแถลงต่อศาลแรงงานภาค 9 ว่าติดใจเพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์ทุจริตและกระทำความผิดอาญายักยอกทรัพย์ของจำเลยเท่านั้น และจำเลยสละประเด็นอื่น แล้วโจทก์จำเลยตกลงท้ากันโดยถือเอาข้อแพ้ชนะในคดีอาญาที่โจทก์ถูกฟ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2551

การที่จะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อไปและศาลแรงงานมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง ต้องเป็นกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลเมื่อศาลสั่งรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8403/2550

ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิชอบ โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน แต่พนักงานตรวจแรงงานไม่ยอมรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์แล้วมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5953/2550

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 76 วรรคแรก และมาตรา 77 ให้นายจ้างจะหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดได้ก็เฉพาะกรณีเข้าข้อยกเว้นตามที่บัญญัติไว้เท่านั้น สำหรับกรณีหักเพื่อชดใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้