Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3678/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีก่อนนั้นโจทก์ขอถอนฟ้องก่อนจำเลยยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคแรกโจทก์เพียงแต่ ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนคำฟ้องต่อศาล และศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ โดยมิต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นว่าจะยินยอมหรือไม่อย่างใดการที่ โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปนั้น ก็มีความหมายแต่เพียงว่า ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยสำหรับ คดีนั้นเท่านั้นหาอาจแปลไปว่าโจทก์จะไม่ฟ้องคดีใหม่กับจำเลยอีก ตามสิทธิของโจทก์ซึ่งตามมาตรา 176 บัญญัติรับรองไว้แต่อย่างใดไม่ ทั้งมิใช่กรณีที่มีการถอนฟ้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความกัน หรือเทียบได้กับกรณีประนีประนอมยอมความกันฟ้องของโจทก์ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย โดยอ้างว่า โจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลย เพราะได้ใช้มาก่อนตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา41(1) โจทก์หาได้ ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นใน ประเทศไทยแล้วและขอให้ศาลห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้า ดังกล่าวตามมาตรา27หรือฟ้องคดีเพื่อป้องกันหรือเรียกค่าเสียหาย ในการล่วงสิทธิ เครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามมาตรา 29 ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีได้แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ของตนในประเทศไทยจำเลยฎีกาโดยถือตามอุทธรณ์ของจำเลย เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา249ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้จำเลยจะฎีกาโต้แย้งในประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความซึ่งเป็นข้อที่ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาครั้งก่อนแล้วอีกหาได้ไม่ฎีกาของจำเลยซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากันมาก่อน และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 144 ป.วิ.พ. มาตรา 175 ป.วิ.พ. มาตรา 176 ป.วิ.พ. มาตรา 249 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 18 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 27 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 29 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 41

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ใช้เครื่องหมายการค้า "KING CUP" ประกอบด้วยรูปมงกุฏกับถ้วยรางวัลอยู่ในวงกลม และได้จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปมงกุฏกับถ้วยรางวัลในวงกลมประกอบด้วยตัวอักษรโรมันว่า "KING CUP" สำหรับสินค้าประเภท 42 ตามคำขอจดทะเบียนที่ 86958 และได้รับจดทะเบียนที่ 66696 โดยไม่สุจริตขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนดังกล่าว

จำเลยให้การว่า ได้ใช้เครื่องหมายการค้า KING CUP ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2501 โจทก์คัดค้านการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแต่นายทะเบียนให้ยกคำคัดค้านและจดทะเบียนให้จำเลย โจทก์ไม่ฟ้องคดีภายใน 90 วัน คดีโจทก์ขาดอายุความ เครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยไม่เหมือนกัน ไม่ทำให้ประชาชนผู้ซื้อหลงผิด ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอจดทะเบียนที่ 86958 ทะเบียนที่ 66696

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีใหม่แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลย พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ปรากฏว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้านี้มาก่อนแล้วตามคดีของศาลแพ่งหมายเลขดำที่ 9263/2522 คดีหมายเลขแดงที่ 10795/2522 ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโจทก์บอกกล่าวขอถอนฟ้อง โดยกล่าวว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลย ศาลแพ่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้

จำเลยฎีกาในประเด็นข้อนี้ว่า โจทก์แถลงเหตุผลในการขอถอนฟ้องว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไปเป็นการสละสิทธิตามมาตรา 176 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจึงไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องใหม่อีก ทั้งนี้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2002/2511วัดวังตะกู โจทก์ นายสมาน บุญสนอง กับพวก จำเลย หรือมิฉะนั้นก็ปรับเท่ากับสัญญาประนีประนอมยอมความได้นั้น เห็นว่าในคดีก่อนโจทก์ขอถอนฟ้องก่อนจำเลยยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคแรกโจทก์เพียงแต่ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องต่อศาล และศาลอุทธรณ์ให้ถอนฟ้องได้โดยมิต้องสอบถามคู่ความฝ่ายอื่นว่าจะยินยอมหรือไม่อย่างใด การที่โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปนั้น

ก็มีความหมายเพียงว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยสำหรับคดีนั้นเท่านั้น หาอาจแปลได้ว่าโจทก์จะไม่ฟ้องคดีใหม่กับจำเลยอีกตามสิทธิของโจทก์ซึ่งมาตรา 176 บัญญัติรับรองไว้แต่อย่างใดไม่ ทั้งมิใช่เป็นกรณีที่มีการถอนฟ้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความกันหรือเทียบได้กับกรณีประนีประนอมยอมความกันดังที่จำเลยฎีกาคำพิพากษาฎีกาที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นก็เป็นกรณีที่จำเลยยื่นคำให้การเข้ามาในคดีแล้วโจทก์จึงขอถอนฟ้อง และโจทก์ได้แถลงต่อศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่า โจทก์จะไม่ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่พิพาทอีก ซึ่งคำแถลงดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์ยอมสละสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 176 คำพิพากษาฎีกาดังกล่าวจึงหาตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า มาตรา 29 จึงไม่มีสิทธินำคดีมาสู่ศาลเพื่อป้องกันการล่วงสิทธิแม้ขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา 41 ก็ไม่ได้และที่จำเลยฎีกาว่าศาลไม่รับรู้และให้ความคุ้มครองกับสินค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งอยู่นอกประเทศไทย โดยที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยไม่ชอบด้วยกฎหมายเครื่องหมายการค้าของประเทศไทยตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1771/2499 ระหว่างนายเหลียง ชัค ชี หุ้นส่วนผู้จัดการห้างเหลียงวิงชิง โจทก์นายกิม แซ่ลี้ เจ้าของยี่ห้องเหลื่องเหว่งเส็ง จำเลย ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้บรรยายฟ้องและนำสืบให้เห็นว่า รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นได้ตกลงกับรัฐบาลไทยในเรื่องคุ้มครองสิทธิในอุตสาหสมบัติไว้แล้ว

ชอบที่ศาลจะต้องยกฟ้องโจทก์เสียนั้น เห็นว่า ข้อที่จำเลยฎีกาขึ้นมานี้เป็นปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ซึ่งเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจึงฎีกาได้ แม้จะไม่ได้ว่ากล่าวกันมาก่อนในศาลล่าง แต่อย่างไรก็ดีศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่า โจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลย เพราะได้ใช้มาก่อนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 41(1) โจทก์หาได้ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในประเทศไทยแล้วและขอให้ศาลห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวตามมาตรา 27 หรือฟ้องคดีเพื่อป้องกันหรือเรียกค่าเสียหายในการล่วงสิทธิเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามมาตรา 29 ไม่

โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีได้ แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนในประเทศไทยซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานหลายคดีแล้ว แม้แต่คำพิพากษาฎีกาที่ 1771/2499 ที่จำเลยอ้างมาสนับสนุนข้ออ้างของจำเลยนั้นเอง ศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ในประเทศจีนไม่มีผลใช้บังคับในประเทศไทย แต่คดีนี้มีประเด็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลยหรือไม่ การกล่าวอ้างของโจทก์ในการกระทำต่าง ๆแห่งการใช้และการแสดงความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นเป็นลำดับมาตามระยะเวลาอันยาวนาน ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่จะฟังถึงสิทธิแห่งการเป็นเจ้าของและการใช้เครื่องหมายการค้าประกอบข้ออ้างของโจทก์ เพื่อเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยได้ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาโดยถือตามอุทธรณ์ของจำเลย ลงวันที่ 10 กันยายน 2523 นั้นเห็นว่าเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้

ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ก็เป็นข้อที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาครั้งก่อนแล้ว จำเลยจะฎีกาโต้แย้งในประเด็นข้อนี้อีกหาได้ไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์น่าจะฟ้องนายทะเบียนหรือกรมทะเบียนการค้ามิใช่ฟ้องจำเลย และควรต้องฟังว่าจำเลยเป็นผู้สุจริต ไม่ควรเพิกถอนเครื่องหมายการค้าของจำเลย แต่ควรให้จดทะเบียนร่วมกัน ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของจำเลยดังกล่าว จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาก่อน และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้เช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9478/2539

โจทก์เป็นบริษัทจำกัด ตามกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสมีโนตารีปับลิกแห่งกรุงปารีสรับรองว่าร. เป็นกรรมการของโจทก์ และเลขานุการสถานเอกอัครราชฑูตไทยประจำกรุงปารีสรับรองลายมือชื่อของโนตารีปับลิกอีกชั้นเมื่อร.มอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7291/2538

เมื่อโจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้ ธ. เป็นผู้รับมอบอำนาจโดยให้มีอำนาจยื่นฟ้องเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ธ. จึงย่อมมีอำนาจตั้งทนายความยื่นฟ้องคดีนี้ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 วรรคสอง เมื่อโจทก์ได้ยื่น…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 22518)

แม้เครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นของบริษัท ว. แห่งประเทศ อังกฤษ ก็ตาม แต่เมื่อบริษัทดังกล่าวมิได้เข้ามาเป็นคู่ความทั้งไม่ปรากฏว่าได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวในประเทศ ไทยอันจะได้รับความคุ้มครองตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 22519)

เครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นของบริษัท ว. แห่งประเทศอังกฤษก็ตาม แต่เมื่อบริษัทดังกล่าวมิได้เข้ามาเป็นคู่ความ และไม่ปรากฏว่าได้จดทะเบียนเครื่องหมายยการค้าดังกล่าวในประเทศไทย อันจะได้รับความคุ้มครองตามพระร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 109101)

แม้เครื่องหมายการค้าพิพาทเป็นของบริษัท ว. แห่งประเทศ อังกฤษ ก็ตาม แต่เมื่อบริษัทดังกล่าวมิได้เข้ามาเป็นคู่ความทั้งไม่ปรากฏว่าได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวในประเทศ ไทยอันจะได้รับความคุ้มครองตาม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้