Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3679/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์คือโจทก์เป็นเจ้าของสลากกินแบ่งซึ่งถูกรางวัลแล้วสลากกินแบ่งดังกล่าวสูญหายไป โจทก์ไม่จำเป็นต้องบรรยายมาในคำฟ้องว่าโจทก์ได้ซื้อสลากกินแบ่งดังกล่าวมาจากผู้ใด เมื่อใด เพราะเป็นรายละเอียดที่โจทก์อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา อีกทั้งจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสลากกินแบ่งซึ่งถูกรางวัลมาแสดง สำเนาภาพถ่ายสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลซึ่งแนบมาท้ายฟ้องเป็นภาพถ่ายจากสลากปลอมดังนี้ จำเลยมิได้เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 172 ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นางสาวสะเรียง อัศววุฒิพงษ์เป็นผู้ฟ้องคดีแทน โจทก์เป็นผู้ค้าและรับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ได้รับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2528 จากผู้ถูกรางวัล ต่อมาโจทก์ส่งสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลดังกล่าวโดยทางเครื่องบินมาให้นางสาวสะเรียง อัศววุฒิพงษ์ ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปขึ้นรางวัลจากจำเลย แต่ปรากฏว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวได้สูญหายไม่ถึงมือผู้รับ ในจำนวนสลากกินแบ่งที่สูญหายไปมีสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลที่ 2 จำนวน 1 ฉบับ มีสิทธิรับเงินรางวัล 200,000 บาทโจทก์แสดงความจำนงขอรับเงินรางวัลจำนวนดังกล่าวหลายครั้ง แต่จำเลยไม่ยอมจ่าย

ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 200,493.15บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า นางสาวสะเรียง อัศววุฒิพงศ์ ไม่ได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องคดี โจทก์ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองสลากกินแบ่งรัฐบาล ฉบับที่ถูกรางวัลที่ 2 ตามฟ้อง โจทก์ไม่ได้รับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลตามฟ้อง จำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ หากโจทก์มีสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลมาแสดงจำเลยก็จะจ่ายเงินให้ ภาพถ่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลที่ 2 ตามที่โจทก์ฟ้อง ไม่ได้ถ่ายจากสลากที่ถูกรางวัลที่แท้จริง แต่เป็นภาพถ่ายสลากปลอมทั้งฉบับหรือบางส่วน โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์รับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลจากผู้ใดเมื่อวันเดือนปีเวลาใด และรับซื้อไว้เป็นเงินเท่าใดเป็นฟ้องเคลือบคลุม

โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต กล่าวคือ หลังจากที่จำเลยประกาศผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้วโจทก์กับพวกจึงได้แจ้งความอ้างว่าโจทก์รับซื้อสลากที่ถูกรางวัลแล้วสลากสูญหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 200,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

จำเลยฎีกาข้อแรกว่าลายมือชื่อโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีตามเอกสารหมาย จ.1มีลักษณะแตกต่างกับลายมือชื่อโจทก์ในสำเนาภาพถ่ายบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีในช่องผู้แจ้งตามเอกสารหมาย จ.6 จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์มอบอำนาจให้นางสาวสะเรียงฟ้องคดีตามเอกสารหมาย จ.1ปรากฏว่าคดีนี้ตัวโจทก์ได้มาเบิกความเป็นพยานต่อศาลเมื่อวันที่8 กันยายน 2530 และได้ลงลายมือชื่อในฐานะพยานและฐานะโจทก์ไว้ในคำให้การพยานต่อหน้าศาลแล้ว ศาลฎีกาได้เปรียบเทียบลายมือชื่อโจทก์ในช่องผู้มอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.1 กับลายมือชื่อโจทก์ในคำให้การพยานดังกล่าวแล้ว เห็นว่า มีลีลาการเขียนและลักษณะตัวอักษรที่เขียนหวัดจนอ่านไม่ออกเหมือนกันทั้งสองลายมือชื่อจึงน่าเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน

ส่วนลายมือชื่อโจทก์ในสำเนาภาพถ่ายบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีตามเอกสารหมายจ.6 เป็นลายมือเขียนหวัดแกมบรรจง อ่านได้ความว่า นายศรียุทธตัณมุขยกุล ซึ่งมีลักษณะการเขียนคนละแบบกับลายมือชื่อดังกล่าวข้างต้น แม้จะไม่เหมือนกับลายมือชื่อโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจแต่ลายมือชื่อโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจมีลักษณะเหมือนกับลายมือชื่ออันแท้จริงของโจทก์ที่ลงไว้ในบันทึกคำให้การพยานต่อหน้าศาล ประกอบกับนางสาวสะเรียงได้เบิกความยืนยันว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้พยานฟ้องคดีแทนตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.1 จำเลยมิได้สืบพยานหักล้างในข้อนี้ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้นางสาวสะเรียงฟ้องคดีแทนตามเอกสารหมาย จ.1 ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยฎีกาข้อสองว่า

โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลที่ 2 ตามฟ้องจากผู้ใด วันใด ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีเพราะไม่ทราบว่าผู้ใดนำสลากกินแบ่งฉบับดังกล่าวมาขายให้โจทก์ เป็นฟ้องเคลือบคลุม เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งถูกรางวัลที่ 2จำนวน 1 ฉบับ จากผู้ถูกรางวัล ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 แต่สลากกินแบ่งดังกล่าวสูญหายไปในระหว่างส่งทางเครื่องบินมารับเงินรางวัลจากจำเลย จำเลยไม่ยอมจ่ายเงินรางวัลแก่โจทก์ สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์คือโจทก์เป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งถูกรางวัลที่ 2 จำนวน 1 ฉบับ แล้วสลากกินแบ่งดังกล่าวสูญหายไป โดยไม่จำเป็นต้องบรรยายมาในฟ้องว่า

โจทก์ได้ซื้อสลากกินแบ่งดังกล่าวจากผู้ใด เมื่อใดอีก เพราะเป็นรายละเอียดที่โจทก์อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา อีกทั้งจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลมาแสดง สำเนาภาพถ่ายสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลของโจทก์ท้ายฟ้องไม่ได้ถ่ายจากสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลที่แท้จริงเป็นภาพถ่ายจากสลากปลอม จำเลยไม่ได้เสียเปรียบในการต่อสู้คดีแต่ประการใด ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนฎีกาของจำเลยข้อสามมีปัญหาว่า โจทก์ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับหมายเลข 6757954 หมวด ก และ ข ที่ถูกรางวัลที่ 2งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2528 ฉบับที่แท้จริง และโจทก์มีสิทธิรับเงินรางวัลจากจำเลยหรือไม่โจทก์มี

ตัวโจทก์ นางสาวสะเรียง อัศววุฒิพงษ์นายสมเกียรติ อัศววุฒิพงษ์ ตัวแทนของโจทก์ นายเสน่ห์ มาเนียมหัวหน้าแผนกสินค้าภายในประเทศบริษัทเดินอากาศไทย จำกัด สำเนาภาพถ่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 6757954 หมวด ก และ ขงวดประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2528 เอกสารหมาย จ.4 และใบรับส่งพัสดุภายในประเทศ เอกสารหมาย จ.5 เป็นพยานหลักฐานได้ความว่าโจทก์ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับที่ถูกรางวัลที่ 2 จำนวน 1 ฉบับจากนายดวงจิตร ขันแก้ว ตามชื่อและที่อยู่ด้านหลังสลากโดยโจทก์ได้ถ่ายภาพสลากกินแบ่งฉบับนั้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังไว้ ดังปรากฏตามเอกสาร จ.4 แล้วโจทก์ได้ส่งสลากกินแบ่งฉบับดังกล่าวพร้อมกับสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลที่ 5 และสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลเลขท้าย 2ตัว 3 ตัว

รวมหลายร้อยฉบับ ซึ่งโจทก์รับซื้อไว้ในคราวเดียวกันจากจังหวัดเชียงใหม่ ทางเครื่องบินของบริษัทเดินอากาศไทย จำกัดตามใบรับส่งพัสดุเอกสารหมาย จ.5 มาให้นางสาวสะเรียงตัวแทนโจทก์ที่กรุงเทพมหานคร นำไปขึ้นเงินรางวัลกับจำเลย แล้วพัสดุดังกล่าวหายไปตามหนังสือรับรองของบริษัทเอกสารหมาย จ.14 โจทก์จึงไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้งตามบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.6 โดยระบุหมายเลขสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลที่ 2 และที่ 5 พนักงานสอบสวนได้แจ้งการอายัดไปยังจำเลยตามเอกสารหมาย จ.7 จำเลยมิได้สืบพยานหักล้างหลักฐานโจทก์ในข้อนี้ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบปัญหาต่อไปมีว่าสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลที่ 2 ฉบับดังกล่าวเป็นสลากกินแบ่งปลอมหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้ตอนโจทก์ขอรับเงินรางวัลจากจำเลย

จำเลยปฏิเสธอ้างว่าโจทก์ไม่มีสลากกินแบ่งฉบับที่ถูกรางวัลมาขอรับเงิน ตามเอกสารหมาย จ.12 มิได้อ้างว่าเป็นสลากปลอมแต่เมื่อโจทก์ฟ้องคดี จำเลยนำสืบอ้างว่า นางสาวอัจฉราญาโณทัย ผู้เชี่ยวชาญการตรวจสลากกินแบ่งของจำเลยและพันตำรวจโทศรีวิทย์ เจียมเจริญ ผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์เอกสารของศาลได้ตรวจสำเนาภาพถ่ายสลากกินแบ่ง เอกสารหมาย จ.4 แล้วเห็นว่า เป็นภาพถ่ายจากสลากกินแบ่งปลอมโดยมีการแก้ไขหมายเลขของสลากหลายหลักและเดือนกับลายเส้นประจำต่อของสำเนาภาพถ่ายสลากกินแบ่งเอกสารหมาย จ.4 ไม่มี จึงไม่อาจตรวจสอบกับลายเส้นประจำต่อที่ต้นขั้วสลากได้ตามรายงานการตรวจเอกสารหมาย ล.5 และ ล.9 โดยนางสาวอัจฉราเบิกความว่าสำเนาภาพถ่ายไม่ชัดเจน และในรายงานของนางสาวอัจฉราเอกสารหมาย

ล.5 ระบุว่าตัวเลขบางตัวคล้ายถูกแก้ไข ส่วนรายงานของพันตำรวจโทศรีวิทย์ได้ระบุว่าหมายเลข 6757954 ในสำเนาภาพถ่ายเอกสารของกลางมีการแก้ไขตัวเลขหลายหลักให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิมและเดือน "มิถุนายน" ไม่ใช่ตัวอักษรที่พิมพ์จากแม่พิมพ์นั้น เห็นว่าการตรวจพิสูจน์ว่ามีการแก้ไขหมายเลขและเดือนในสลากกินแบ่งหรือไม่ น่าจะตรวจพิสูจน์จากสลากกินแบ่งฉบับที่แท้จริงเพราะร่องรอยการแก้ไขอาจปรากฏเด่นชัด แต่ถ้าตรวจพิสูจน์จากสำเนาภาพถ่ายที่มีการถ่ายซ้ำกันหลายครั้ง ตัวเลขและตัวอักษรในสลากจากภาพถ่ายอาจจะเลอะเลือนและเป็นสีดำ ไม่มีสีสันและคมชัดเหมือนตัวเลขและตัวอักษรในสลากที่แท้จริง การตรวจดังกล่าวจึงไม่อาจรับฟังได้แน่ชัดว่าสำเนาภาพถ่ายสลากกินแบ่งเอกสารหมาย

จ.4 ได้ถ่ายจากสลากปลอมหรือไม่ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ตั้งใจถ่ายภาพสลากกินแบ่ง เอกสารหมาย จ.4 ไม่ให้ติดลายเส้นประจำต่อ เพื่อไม่ให้ตรวจสอบกับลายเส้นประจำต่อที่ต้นขั้วสลากกินแบ่งนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าสลากกินแบ่งฉบับดังกล่าวหายไป โดยได้ระบุหมายเลขไว้ด้วย ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.6หากคำแจ้งความของโจทก์ไม่เป็นความจริง เพราะมีผู้นำสลากกินแบ่งฉบับที่ถูกรางวัลมาขอรับเงินรางวัลและพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของที่แท้จริง โจทก์อาจจะต้องเสี่ยงต่อความผิดทางอาญาประกอบกับจำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2530 ตาม เอกสารหมายจ.8 หลังจากโจทก์แจ้งอายัดเกือบ 2 ปี ว่า ยังไม่มีผู้ใดนำสลากกินแบ่งฉบับดังกล่าวมาขอรับเงินรางวัล

ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานจำเลย ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าโจทก์ได้ซื้อสลากกินแบ่งหมายเลข 6757954 หมวด ก และ ข ซึ่งถูกรางวัลที่ 2 ไว้จากผู้ถูกรางวัล แล้วสลากกินแบ่งฉบับดังกล่าวหายไปโจทก์จึงมีสิทธิรับเงินรางวัลจากจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์ จำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2566

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2563

การปรับข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าจะเข้าลักษณะมูลหนี้สัญญาหรือมูลหนี้ละเมิดนั้น เป็นข้อหารือบทซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายเอง โดยโจทก์ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่จำเลยได้กระทำ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5433/2562

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงซื้อหุ้นจากโจทก์เป็นเงิน 20,000,000 บาท โจทก์โอนหุ้นให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 12,500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,500,000 บาท โจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้