คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จำเลยพิพาทษากันด้วยเรื่องมฤดกของบิดา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าโจทก์มีส่วนได้ในเงินที่พิพาท ๑ ใน ๘
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ และศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่าโจทก์จำเลยได้ปกครองมฤดกร่วมกันมาคดีจึงไม่ขาดอายุความตาม ม.๑๗๕๔ แห่งประมวลแพ่งฯ นั้นเห็นว่าศาลอุทธรณ์มีอำ-นาจหยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นวินิจฉัยดังนั้น-ได้เพราะอยู่ในประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่าสัญญาแบ่งมฤดกมิได้ทำตามแบบแห่ง ม.๑๗๕๐ วรรค ๒ นั้นเห็นว่ามาตราที่กล่าวเป็นเรื่องหลักฐาน เมื่อปรากฎว่ามีลายมือชื่อจำเลยในสัญญาแม้จะลงในฐานเป็นพะยาน ก็เป็นหลักฐานเพียงพอที่จำเลยจะผูกพันรับผิดตามนั้น
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามให้ยกฎีกาจำเลย