Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดบทเดียวไม่ใช่หลายบทดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษา และลงโทษจำเลยจำเลยเท่ากับที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ ดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อโทษแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่สมุห์บัญชีธนาคารอาศัยอำนาจหน้าที่ของตนในการควบคุมบัญชีและเขียนข้อความลงในบัญชีสมุดเงินฝาก เขียนข้อความที่ไม่ตรงต่อความจริงลงในบัญชีดังกล่าวขณะที่ตนมีหน้าที่ต้องเขียนข้อความที่ถูกต้องนั้น เป็นเรื่องลงข้อความเท็จ หาใช่เป็นการปลอมเอกสารไม่ เพราะมิใช่ปลอมเอกสารอันแท้จริงของผู้ใด และไม่เป็นการกรอกข้อความลงในกระดาษซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่น โดยมิได้รับความยินยอมที่ให้ถือว่าเป็นการปลอมเอกสารตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265 จำเลยร่วมกับสมุห์บัญชีทำการดังกล่าวจึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารเช่นเดียวกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการสหธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด สาขาพหลโยธิน กับพวกร่วมกันไม่ลงบัญชีเงินฝากประจำของธนาคารและปลอมบัญชีเงินฝากนั้นทั้งยังใช้บัญชีสมุดคู่ฝากเงินประจำปลอม กับเบียดบังยักยอกเอาเงินที่มีผู้นำมาฝากไว้กับธนาคารไปเป็นประโยชน์ของจำเลยกับพวกรวม ๔ ครั้งต่อเนื่องกัน เป็น ๑๒,๙๙๖,๐๐๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๓๕๒, ๓๕๓, ๓๕๔, ๘๓ พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดสมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๔๒ ฯลฯ

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดต่อพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ มาตรา ๔๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๘ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ ซึ่งเป็นบทหนักจำเลยกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ ๔ ครั้ง ให้จำคุกครั้งละ ๒ ปี รวม ๘ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก ๕ ปี ๔ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดเฉพาะในข้อหาตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรม ๔ กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ ๒ ปี รวม ๘ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก ๕ ปี ๔ เดือน โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดบทเดียว ไม่ใช่ความผิดหลายบทดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษา และวางกำหนดโทษจำคุกจำเลยมาเท่ากับโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ จึงเป็นคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย และลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกินห้าปี คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า บริษัทไทยสมุทรพาณิชย์ประกันภัย จำกัด นำเงินจำนวนดังกล่าวมามอบให้จำเลยหาผลประโยชน์ มิได้มีความประสงค์ที่จะนำเงินมาฝากต่อธนาคารที่จำเลยเป็นผู้จัดการ จึงไม่ทำให้สหธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด สาขาพหลโยธินขาดผลประโยชน์ควรได้แต่อย่างไร จึงไม่มีความผิดนั้นเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า จำเลยมีส่วนร่วมในการกระทำหรือยินยอมดังกล่าว เพื่อลวงให้ทางสหธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด ทั้งสาขาพหลโยธินและสำนักงานใหญ่เชื่อว่ามีผู้ฝากเงินเพียง ๔ ราย รายละ ๑,๐๐๐ บาท การกระทำดังกล่าวย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าทำให้ทางธนาคารขาดผลประโยชน์อันควรได้จึงมีความผิด ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นฎีกาต้องห้ามจึงไม่รับวินิจฉัยให้

ส่วนฎีกาขอโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยร่วมกันเขียนข้อความลงในบัญชีสมุดเงินฝากไม่ตรงกับความเป็นจริง ย่อมถือว่าเป็นการเอกสารสิทธิปลอมนั้น เอกสารดังกล่าวนั้นคือบัญชีเงินฝากประจำเอกสารหมาย จ.๔๐ รายการที่เขียนว่านายวิชิต นายไพจิต เด็กชายมนัส และนายสุวรรณเป็นผู้ฝากเงินคนละ ๑,๐๐๐ บาท เห็นว่าแม้นายสมคิดสมุห์บัญชีเป็นผู้เขียนก็เป็นการเขียนขึ้นโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ของตนซึ่งเป็นสมุห์บัญชีมีหน้าที่ควบคุมบัญชีและเขียนข้อความลงในบัญชีดังกล่าวการที่นายสมคิดเขียนข้อความที่ไม่ตรงต่อความจริงลงในบัญชีขณะที่ตนมีหน้าที่ต้องเขียนข้อความที่ถูกต้องนั้น เป็นเรื่องลงข้อความเท็จ หาใช่เป็นการปลอมเอกสารไม่เพราะมิใช่ทำปลอมเอกสารอันแท้จริงของผู้ใดและไม่เป็นการกรอกข้อความลงในกระดาษซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมที่ให้ถือว่าเป็นการปลอมเอกสารตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ จำเลยซึ่งร่วมกับนายสมคิดและทำการดังกล่าวจึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารเช่นเดียวกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง · ประถม วิเชียรเนตร
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายวิชิต บุญถนอม
ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5360/2537

ฎีกาจำเลยที่ 2 เพียงแต่หยิบยกพยานหลักฐานบางส่วนในสำนวนขึ้นเป็นข้อฎีกา แต่ในการรับฟังพยานหลักฐานลงโทษจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์ได้ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานต่าง ๆ ในสำนวนประกอบการรับฟังข้อเท็จจริงดังก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4135/2552

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 40 กระทง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังคงลงโทษจำเลยแต่ละกระทงตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเพียง 13 กระทง ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3935/2550

การที่จำเลยร่วมกันปลอมเอกสารหนังสือคำเสนอขอเช่าซื้อรถยนต์และแบบสัญญาค้ำประกัน หลังจากที่จำเลยร่วมกันปลอมเอกสารราชการใบรับคำขอมีบัตร มีบัตรใหม่ หรือเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชน และร่วมกันปลอมเอกสารสำเนาบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้