Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3688/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยหลอกลวงขอซื้อสร้อยคอทองคำจากผู้เสียหายโดยนำเงินของกลางออกมาแสดงให้ผู้เสียหายดูแล้วนำไปซุกซ่อนไว้ที่อื่นและบอกผู้เสียหายว่าได้ชำระค่าสร้อยคอทองคำให้แล้วนั้น การแสดงเงินของกลางให้ผู้เสียหายดู ไม่เกี่ยวกับการกล่าวเท็จว่าได้ชำระเงินให้แล้ว ฉะนั้นเงินของกลางดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๐, ๓๓ และริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญ มาตรา ๓๔๑, ๘๐ จำคุก ๒ เดือน และปรับ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ กับให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๒ เดือนต่อครั้ง ภายใน กำหนด ๑ ปี ของกลางเห็นว่าไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิด จึงให้คืนเจ้าของ โจกท์อุทธรณ์ขอให้ริบเงินสด ๕,๕๐๐ บาทของกลาง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฎีกาว่า เพื่อที่จะให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินคือสร้อยคอทองคำ ๑ เส้นจากผู้เสียหาย จำเลยได้หลอกผู้เสียหายว่าจำเลยได้ชำระเงิน ๕,๔๗๐ บาท ซึ่งเป็นราคาสร้อยคอทองคำที่ตกลงซื้อจากผู้เสียหายแล้ว โดยปกปิดข้อความจริงว่าเงินจำนวน ๕,๕๐๐ บาท ที่นำออกให้นายสมชาติ แซ่ลี้ ดูแต่แรกไม่อยู่ที่จำเลย เพื่อจะให้การกระทำของจำเลยเป็นผลสำเร็จ และเพื่อที่จะให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจำเลยได้ใช้เงินสดจำนวน ๕,๕๐๐ บาทออกแสดงรวมทั้งเอาออกจากกระเป๋าไปซุกซ่อนไว้ที่อื่น เงินของกลางดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑) เห็นว่า คดีนี้ความผิดอยู่ที่การกล่าวว่าชำระเงินค่าสร้อยให้แล้ว

ไม่จำเป็นต้องแสดงเงินสดให้ผู้เสียหายดูแต่อย่างใด แม้ไม่แสดงเงินสด ๕,๕๐๐ บาท ให้ผู้เสียหายดู การกระทำผิดฐานฉ้อโกงก็อาจครบองค์ประกอบความผิดได้อยู่แล้ว การแสดงเงินสดให้ผู้เสียหายดูไม่เกี่ยวกับการกล่าวเท็จว่าชำระเงินให้แล้วเพราะเป็นคนละตอนกัน ฉะนั้นเงินสดดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ (๑)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีรศักดิ์ กรรณสูต · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ โฉมงาม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12582/2547

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยปลอมบัตรเครดิตวีซ่าและนำบัตรเครดิตที่ปลอมนั้นไปใช้หลอกลวงร้านค้า ห. ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าเป็นผู้มีชื่อถือบัตรเครดิตดังกล่าว และได้ไปซึ่งกระเป๋าของกลาง 2 ใบ โดยมิได้บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6624/2545

แม้ขณะจำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองคำของผู้เสียหายสร้อยคอพร้อมพระดังกล่าวจะอยู่ที่มือจำเลยที่ 1 แต่ก็เป็นเพียงการกระทำที่มุ่งหมายจะให้สร้อยคอพร้อมพระขาดหลุดจากคอผู้เสียหาย เมื่อปรากฏว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4222/2545

จำเลยที่ 3 เป็นผู้เช่าร้านค้า โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ประกอบกิจการอยู่ในร้านค้านั้น ต่อมาจำเลยที่ 3 เป็นผู้นำใบบันทึกการขายปลอมรวม 4 ฉบับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของใบบันทึกการขายปลอมจำนวน 25 ฉบับ ไปยื่นต่อโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2544

จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำสายไฟฟ้าเก่าของผู้เสียหายที่วางอยู่ตามพื้นโรงงานมาวางบนเหล็กร้อน ทำให้เปลือกสายไฟฟ้าไหม้ ละลายหมดเหลือแต่ลวดทองแดงที่เป็นซากของสายไฟฟ้าเพื่อความสะดวกในการเอาทรัพย์นั้นไปขาย แต่ก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3351/2542

จำเลยส่งไข่ผงที่เสื่อมคุณภาพแล้วให้โจทก์ร่วม โดยหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าไข่ผงดังกล่าวเป็นนมผงตามที่โจทก์ร่วมสั่งซื้อ เพื่อหวังจะได้เงินจากโจทก์ร่วมอันเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตเพียงแต่โ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้