Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3697/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยด้วยวาจา ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ว่าจำเลยบังอาจใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงภายในเขตระยะ3,000 เมตร นับจากขอบแนวตามชายฝั่งโดยไม่รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตห้ามใช้เครื่องมืออวนลากและอวนรุนที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2515จำเลยให้การรับสารภาพดังนี้ ประกาศกระทรวงเกษตรฉบับดังกล่าวออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด และมีข้อความว่าอย่างไรนั้นเป็นข้อเท็จจริงเมื่อจำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์และกล่าวอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยประการต่าง ๆ จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ จำเลยยกขึ้นฎีกามาอีกต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 225 ป.วิ.พ. มาตรา 249 พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 มาตรา 32 พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 มาตรา 65 พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 มาตรา 70 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 19 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 21 พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2491มาตรา 32, 65, 70 และขอให้ริบของกลางจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุกคนละ 1 เดือนและปรับคนละ 400 บาท โทษจำคุกรอไว้คนละ 1 ปี ของกลางริบจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยฎีกาว่าประกาศกระทรวงเกษตรเรื่อง กำหนดเขตห้ามใช้เครื่องมืออวนลากและอวนรุนที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงฉบับลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2515 นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 32(2) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2491 แต่ มาตรา 32(2) กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องห้ามมิให้ใช้เครื่องมือ

ส่วนมาตรา 32(4) กำหนดวิธีใช้เครื่องมือทำการประมง ประกาศกระทรวงเกษตรฉบับดังกล่าวที่ออกมาห้ามกระทำการใด ๆ ที่ใช้เครื่องมือโดยเรือยนต์ทุกชนิดทำการประมงภายในระยะ 3,000 เมตรนับจากขอบน้ำตามแนวชายฝั่งขณะทำการประมง เป็นเรื่องกำหนดระยะทางห้ามทำการประมง จึงเป็นคนละเรื่องกัน เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งตามคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่า "ขณะทำการประมง" ตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงเกษตรฉบับนั้น จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ชอบที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์เสีย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ประกาศกระทรวงเกษตรตามฟ้องมีจริงหรือไม่ และมีข้อความอย่างไร เป็นข้อเท็จจริง คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดด้วยวาจาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 19 และมาตรา 20ประกอบด้วยพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ว่า จำเลยบังอาจใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงภายในเขตระยะ 3,000 เมตรนับจากขอบน้ำตามแนวชายฝั่ง โดยไม่รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง กำหนดเขตห้ามใช้เครื่องมืออวนลากและอวนรุนที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมง ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2515 จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อหาไม่ต่อสู้คดี

ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ว่า ประกาศกระทรวงเกษตรดังกล่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 32(2) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 ก็ดี มีข้อความว่าห้ามกระทำการใด ๆที่ใช้เครื่องมือโดยเรือยนต์ทุกชนิดทำการประมงภายในระยะ 3,000 เมตรนับจากขอบน้ำตามแนวชายฝั่งขณะทำการประมง ก็ดี หามีฝ่ายใดยกขึ้นว่าในศาลชั้นต้นไม่ จึงไม่ปรากฏในสำนวน จำเลยที่ 1 เพิ่งยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์ แล้วกล่าวอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยประการต่าง ๆจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ยกขึ้นฎีกามาอีก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3629/2562

ป.วิ.อ. มาตรา 170 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา" ซึ่งหมายความว่า การอุทธรณ์ห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4147/2550

ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก บัญญัติให้ผู้กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนมีความผิดโดยไม่คำนึงถึงว่าเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ แต่หากเด็กหญิงนั้นยินยอมก็มิได้หมายความว่า เด็กหญิงนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4721/2539

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พินัยกรรมพิพาทเป็นพินัยกรรมปลอม แต่พยานหลักฐานของโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าการที่จำเลยที่ 2 ใช้พินัยกรรมดังกล่าวแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินในการจดทะเบียนโอนที่ดินแทนจำเลยที่ 1 นั้น จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2532

โจทก์บรรยายฟ้องสรุปใจความได้ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตอาหารประเภทเครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดแห่งที่ต้องละลายก่อนบริโภคบรรจุซองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นอาหารควบคุมเฉพาะตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๖๕ (พ.ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2129/2532

การฟ้องคดีอาญาด้วย วาจาต่อ ศาลแขวงนั้น กฎหมายมิได้บัญญัติไว้เคร่งครัดเหมือนกับการฟ้องคดีด้วย ลายลักษณ์อักษรเพียงแต่ มีรายละเอียดพอสมควร ให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ ดี ก็เป็นการเพียงพอแล้ว ฟ้องโจทก์ที่บรรยา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้