คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้นำพระพุทธรูปบูชาจำนำไว้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์ได้นำเงินพร้อมดอกเบี้ยไปขอไถ่ถอน แต่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมให้ไถ่ถอนจำนำขอให้บังคับจำเลยรับไถ่ถอน หากส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำไม่ได้ ให้ชดใช้เงิน10,000 บาทจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอไถ่ถอนจำนำเพราะว่าพ้นกำหนดเวลาไถ่ถอนคืนตามสัญญาแล้ว และจำเลยได้แจ้งต่อโจทก์แล้วว่าจำเลยจะนำพระพุทธรูปบูชาออกขายทอดตลาดต่อไป ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับไถ่ถอนจำนำจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตราบใดที่จำเลยยังไม่บังคับจำนำ โจทก์ย่อมมีสิทธิไถ่ถอนได้เสมอ ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่มีสิทธิไถ่ถอนเพราะพ้นกำหนดตามสัญญาและไม่มีบทบัญญัติใดบัญญัติว่า
ถ้ายังไม่บังคับจำนำ ผู้จำนำมีสิทธิไถ่ถอนเมื่อพ้นกำหนดไถ่ถอนตามสัญญาแล้วนั้น เห็นว่าได้มีบทบัญญัติอยู่ว่าการตกลงก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระว่า ถ้าไม่ชำระหนี้ให้ผู้รับจำนำเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่จำนำหรือจัดการแก่ทรัพย์สินนั้นเป็นประการอื่นนอกจากบทบัญญัติทั้งหลายว่าด้วยการบังคับจำนำ ข้อตกลงนั้นไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 756 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์พิพากษายืน