Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 371/2480

พ.ศ. 2480 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จ้างเขาเป็นทนายท้ายเรือเดินรับส่งคนโดยสานนายท้ายปล่อยให้ผู้อื่นซึ่งไม่มีใบประกาศนียบัตร์ถือท้าย เป็นเหตุให้เกิดโดนกับเรืออื่นโดยประมาทดังนี้ นายจ้างต้องร่วมรับผิดในการละเมิดนั้นด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีได้ความว่าจำเลยที่ 1 เช่าเรือของบริษัทบางหลวงมาเดินรับส่งคนโดยสารโดยจ้างให้จำเลยที่ 2 เป็นนายท้ายเรือถือท้ายเรือรับส่งคนโดยสาน จำเลยที่ 2 ได้ ปล่อยให้จำเลยที่ 3 ซึ่งมิได้มีประกาศนียบัตร์ถือท้ายเรือ จึงเป็นเหตุให้เกิดชนกับเรือของโจทก์ ๆ จึงฟ้องจำเลยทั้ง 2 3 ขอให้รวมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยทั้ง 3 ต้องรับผิดร่วมกัน จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 150 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ 3 มิได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ๆ มิได้รู้เห็นด้วยจึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 2-3 จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องฉะเพาะจำเลยที่ 1 เสีย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลแพ่ง ฯ ม.425 แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ถือท้ายอยู่ในขณะที่เรือโดนกันไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 1 ก็ดี แต่ตาม พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2477 มาตรา 102 การที่จำเลยที่ 2 ปล่อยให้จำเลยที่ 3 ผู้ซึ่งไม่มีประกาศนียบัตร์ถือท้ายเรือจนเกิดโดนกันขึ้นเพราะจำเลยที่ 2 ไม่ควบคุม เป็นการละเมิดต่อหน้าที่ แลเรื่องนี้เห็นว่าเหตุเกิดขึ้นระหว่างที่จำเลยที่ 1 จ้างให้จำเลยที่ 2 ถือท้ายเรือรับส่งคนโดยสาน การที่จำเลยที่ 3 ไม่ได้เป็นลูกจ้างนั้นไม่เป็นข้อแก้ตัวของจำเลยที่ 1 ให้พ้นความผิดได้ เพราะตาม ม.425 บังคับให้รับผิดร่วมกับลูกจ้างคือจำเลยที่ 2

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อมาตย · มนธา · ดูปลาตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้