Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 371/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยปล่อยเวลาล่วงเลยไปถึง 25 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาแล้วจึงไปขอถ่ายสำเนาคำพิพากษา แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้เอาใจใส่ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงไม่ใช่กรณีมีพฤติการณ์พิเศษหรือเหตุสุดวิสัยตามกฎหมายที่จะอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ เมื่อทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์เวลา 15.35 นาฬิกา เจ้าพนักงานศาลก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ไปตามระบบงานที่เป็นอยู่ แต่ก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าในแต่ละวันมีคู่ความหรือประชาชนไปติดต่อกับเจ้าพนักงานศาลเป็นจำนวนมากไม่ได้มีเฉพาะจำเลยเพียงคนเดียว ซึ่งทนายจำเลยก็น่าจะรู้ดี ฉะนั้นการที่เจ้าพนักงานศาลนำคำร้องดังกล่าวเสนอต่อศาลและศาลมีคำสั่งในวันรุ่งขึ้นจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทั้งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดระบุว่าศาลต้องมีคำสั่งคำร้องในวันที่คู่ความยื่นคำร้องแต่อย่างใดด้วยสาเหตุที่ทำให้จำเลยเสียสิทธิในการยื่นอุทธรณ์มาจากจำเลยและทนายจำเลยปล่อยปละละเลยไม่ได้เอาใจใส่รีบยื่นคำแถลงขอถ่ายเอกสารเสียแต่เนิ่น และเมื่อยื่นแล้วก็ไม่ได้เอาใจใส่ประการใด ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในวันถัดจากวันครบกำหนดอุทธรณ์ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2542ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินพร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 231 (77) ซอยสารภี 2 ถนนอิสรภาพ (ลาดหญ้า) แขวงสมเด็จเจ้าพระยาเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ออกไปจากที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 กันยายน 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ต่อมาวันที่ 15 พฤศจิกายน 2542จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก15 วัน โดยอ้างว่าจำเลยยังมิได้รับสำเนาคำพิพากษา สำเนาคำเบิกความพยานเพื่อเขียนอุทธรณ์ และขณะนี้จำเลยอยู่ในระหว่างหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า การที่เจ้าพนักงานศาลถ่ายสำเนาคำพิพากษาและคำเบิกความให้แก่จำเลยล่าช้า น่าจะถือว่ามีพฤติการณ์พิเศษหรือมีเหตุสุดวิสัยตามกฎหมายนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2542 แต่ทนายจำเลยไปยื่นคำแถลงขอถ่ายสำเนาคำพิพากษาคำเบิกความของพยานโจทก์ทุกปากและคำเบิกความตัวจำเลยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2542 แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปถึง 25 วัน จึงไปขอถ่าย ที่ด้านล่างของคำแถลงดังกล่าวมีข้อความประทับไว้ว่า "ถ่ายเอกสาร 12 พ.ย. 2542"น่าจะมีความหมายว่าเจ้าพนักงานศาลจะถ่ายเอกสารที่ทนายจำเลยขอถ่ายในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2542 ดังจะเห็นได้จากที่โจทก์ยื่นคำแถลงขอถ่ายสำเนาคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2542 และมีข้อความประทับที่ด้านล่างของคำแถลงว่า

"ถ่ายเอกสาร 2 พ.ย. 2542" ต่อมาในวันที่ 3พฤศจิกายน 2542 โจทก์ได้รับสำเนาคำพิพากษาที่โจทก์ขอถ่าย แม้ตามสำเนาใบรับเอกสารของศูนย์ถ่ายเอกสารของศาลชั้นต้นจะระบุว่ารับเอกสารวันที่ 17 พฤศจิกายน 2542 ก็อาจเป็นการนัดเผื่อไว้เพื่อเมื่อถึงวันนัดผู้ที่ขอถ่ายจะต้องได้รับเอกสารที่ขอถ่ายไว้ได้อย่างแน่นอน ตามคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยก็ไม่ปรากฏว่าทนายจำเลยได้ไปติดต่อสอบถามเจ้าพนักงานศาลผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับเอกสารว่าถ่ายเอกสารให้จำเลยแล้วหรือไม่เพียงแต่อ้างว่าเจ้าพนักงานศาลให้มารับเอกสารที่ขอถ่ายในวันที่ 17 พฤศจิกายน2542 เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่ได้เอาใจใส่ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เหตุที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่กรณีมีพฤติการณ์พิเศษหรือเหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย

ส่วนที่จำเลยอ้างว่าจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในวันที่ 15 พฤศจิกายน2542 การที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งยกคำร้องในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2542 เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้จำเลยเสียสิทธิในการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายระบุไว้ว่าศาลต้องมีคำสั่งคำร้องในวันที่คู่ความยื่นคำร้อง โดยเฉพาะกรณีของจำเลยย่อมเห็นได้ว่า ทนายจำเลยยื่นคำร้องในเวลา 15.35 นาฬิกา ซึ่งเจ้าพนักงานศาลก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ไปตามระบบงานที่เป็นอยู่เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่าในแต่ละวันมีคู่ความหรือประชาชนไปติดต่อกับเจ้าพนักงานศาลเป็นจำนวนมาก ไม่ได้มีเฉพาะจำเลยเพียงคนเดียวซึ่งทนายจำเลยก็น่าจะรู้ดี

การที่เจ้าพนักงานศาลนำคำร้องเสนอต่อศาลชั้นต้นในวันรุ่งขึ้นจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา ส่วนที่อ้างว่าทำให้จำเลยเสียสิทธิในการยื่นอุทธรณ์ก็ย่อมเห็นได้ว่าสาเหตุมาจากจำเลยและทนายจำเลยที่ปล่อยปละละเลยไม่ได้เอาใจใส่รีบยื่นคำแถลงขอถ่ายเอกสารเสียแต่เนิ่นและเมื่อยื่นล่าช้าแล้วก็ไม่ได้เอาใจใส่ประการใดที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สบโชค สุขารมณ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4303/2558

เมื่อทนายจำเลยทราบนัดและคำสั่งศาลชั้นต้นโดยชอบแล้วไม่มาศาล ต้องถือว่าจำเลยทราบวันนัดและคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ทั้งสองมาชำระเพิ่มเติมโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ถึงแม้ว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1843/2551

แม้จำเลยให้การว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับการขนส่งระหว่างประเทศและนิติกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2549

แม้ท้ายคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยจะมีหมายเหตุข้อความว่า ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว แต่การที่ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 551/2548

จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษา และลงชื่อยอมรับที่จะมาฟังคำสั่งศาลวันที่ 3 พฤษภาคม 2544 ซึ่งพ้นกำหนดที่ศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินคร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5914/2548

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์ของจำเลยลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ปรากฏมีรอยลบด้วยหมึกสีขาวในตอนท้าย แล้วมีข้อความเขียนทับลงบนรอยลบดังกล่าวใหม่เป็นที่ประจักษ์ดังที่จำเลยกล่าวอ้าง อันเป็นการขูดลบโดยศาลชั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้