คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินราชพัสดุโดยอ้างว่าโจทก์เป็นผู้เช่า จำเลยได้ปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ที่โจทก์เช่าโดยไม่มีสิทธิมาก่อน โจทก์ยอมให้จำเลยอยู่โดยไม่เสียค่าเช่า บัดนี้จำเลยทำความยุ่งยาก จึงขอให้ขับไล่จำเลยต่อสู้ว่า ปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทมา 50 ปีแล้วก่อนที่โจทก์ทำสัญญาเช่า จำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดิน โจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย จึงไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์แถลงรับในรายงานพิจารณาวันที่ 30 ธันวาคม 2508 ว่าจำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทนี้มาประมาณ 50 ปี ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่โจทก์ทำสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์ และจำเลยได้อยู่อาศัยและครอบครองบ้านหลังนี้เรื่อยมาจนบัดนี้
ฯลฯ เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์แถลงรับไว้ดังกล่าวฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทตรงที่จำเลยปลูกบ้านอยู่นั้น แม้โจทก์จะได้เช่ามาจากกรมธนารักษ์ก็ดี โจทก์ยังไม่เคยได้เข้าครอบครองเลยจำเลยคงมีนิติสัมพันธ์กับเจ้าของที่ดินเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน