Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3741/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตจำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ประสงค์ให้ศาลฎีกาพิจารณาและพิพากษาเพื่อประโยชน์แก่จำเลยแต่ขอให้ศาลฎีกาลงโทษประหารชีวิตโดยไม่ต้องลงโทษให้แก่จำเลยกรณีเป็นเรื่องที่จำเลยไม่ต้องการให้พิจารณาพิพากษาใหม่ในส่วนที่จะเป็นประโยชน์แก่จำเลยศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามโจทก์ฟ้องหรือไม่ส่วนที่จำเลยขอให้ลงโทษประหารชีวิตโดยไม่ต้องลดโทษให้แก่จำเลยนั้นเท่ากับเป็นการเพิ่มโทษจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ได้ฎีกาในประเด็นนี้ย่อมต้องห้ามในการที่จะเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา225ประกอบด้วยมาตรา212ศาลฎีกาไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบอเมริกันเอ็ม 67 ซึ่งทางราชการทหารและตำรวจเรียกว่า ลูกระเบิดขว้างชนิดสังหาร แบบ 88 บ.67 จำนวน 1 ลูก ไว้ในครอบครอง อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จำเลยนำลูกระเบิดดังกล่าวมาประกอบเป็นกับระเบิดแสวงเครื่องชนิดสังหารบรรจุไว้ในกล่องขนาดเล็กแล้วบรรจุในกล่องพัสดุไปรษณีย์ เมื่อมีผู้เปิดกล่องพัสดุไปรษณีย์ออกลูกระเบิดจะเกิดการระเบิดขึ้นและจำเลยเล็งเห็นผลอยู่แล้วว่า ถ้ากล่องพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวถูกโยนหรือตกกระแทกกับพื้นหรือถูกแรงกระแทกจากภายนอกย่อมเกิดการระเบิดขึ้นได้ และน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2536เวลากลางวัน จำเลยนำกล่องพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวฝากส่งที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขรามอินทรา เพื่อฝากส่งให้แก่นางสาวสาลินีทรงประดิษฐ์ ซึ่งเป็นผู้รับปลายทางและมีที่อยู่ในเขตบริการของที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขสามเสนใน

ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาฆ่านางสาวสาลีนีหรือผู้ที่ทำให้กล่องพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวได้รับการกระทบกระแทก และผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับบริเวณที่เกิดการระเบิดขึ้นดังกล่าว โดยจำเลยได้ไตร่ตรองไว้ก่อนต่อมาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2536 เวลาประมาณ 6 นาฬิกาที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขสามเสนในรับกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่จำเลยฝากส่งให้แก่นางสาวสาลินีโดยนายสมควร อัสภาหุ เจ้าหน้าที่ของที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขสามเสนในเป็นผู้ทำการคัดแยกและลงรายการกล่องพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวในเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้วโยนกล่องพัสดุไปรษณีย์ลงกับพื้น ทำให้ลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารที่จำเลยบรรจุไว้ในกล่องพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวเกิดการระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้สะเก็ดระเบิดและแรงระเบิดถูกนายสมควรถึงแก่ความตายนายสุวิทย์

กำเนิดบุญ นายอำนวย ทวีทรัพย์ นายปวิทย์ เพ็งออกนายวันชนม์ กิจอินทะไชยหรือกิจวินทะไชย นายพีระศักดิ์ เนตรแก้วและนายเลิศ เทือกแสง ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ต้องทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน และจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน กับถูกนางอมร วนัชสุนทรได้รับอันตรายแก่กายโดยจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดฐานฆ่านายสุวิทย์ นายอำนวย นายปวิทย์ นายวันชนม์ นายพีระศักดิ์ นายเลิศและนางอมร ผู้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายกับนางสาวสาลินีโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่เนื่องจากแพทย์รักษาพยาบาลบุคคลผู้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายดังกล่าวไว้ได้ทันท่วงที และกล่องพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวยังส่งไปไม่ถึงนางสาวสาลินี

บุคคลผู้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายดังกล่าวกับนางสาวสาลินีจึงไม่ถึงแก่ความตายนอกจากนี้สะเก็ดระเบิดกับแรงระเบิดดังกล่าวยังทำให้พื้นและเพดานอาคารโต๊ะคัดแยกพัสดุไปรษณีย์ กระจกหน้าต่างและกระจกรับแสงอันเป็นทรัพย์สินของที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขสามเสนในการสื่อสารแห่งประเทศไทยได้รับความเสียหาย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายแก่กายสาหัสและอันตรายแก่กาย และทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย เจ้าพนักงานตำรวจยึดได้สะเก็ดระเบิดจำนวน 165 ชิ้น เศษโลหะกระเดื่องนิรภัยจำนวน 1 ชิ้น และเศษโลหะเรือนชนวนจำนวน 4 ชิ้น ซึ่งเป็นสะเก็ดระเบิดและชิ้นส่วนประกอบของลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบอเมริกัน

เอ็ม 67 ที่จำเลยมีไว้และใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นของกลาง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมกับยึดเทปกาวชนิดต่าง ๆ 6 ม้วน มีดคัทเตอร์ 1 เล่มกาว 1 หลอด กรรไกร 1 เล่ม และแผ่นกระดาษตัดเป็นชื่อ "สาลินี"1 ชิ้น ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยใช้และมีไว้เพื่อใช้ในการประกอบทำกับระเบิดแสวงเครื่องเพื่อกระทำความผิดดังกล่าวเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 221, 81, 32,33, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 55, 72, 78และริบของกลางจำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)

ประกอบด้วยมาตรา 80, 221ประกอบด้วยมาตรา 224 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 4, 7, 55, 72, 78 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษประหารชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) อันเป็นโทษที่มีบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90

จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูกต้องประกอบด้วยมาตรา 52(1)) คงจำคุกจำเลยตลอดชีวิต ริบของกลางจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 55, 78 วรรคหนึ่งและเป็นความผิดต่างกระทงกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญานอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยไม่ประสงค์ให้ศาลฎีกาพิจารณาและพิพากษาเพื่อประโยชน์แก่จำเลย แต่ขอให้ศาลฎีกาลงโทษประหารชีวิตโดยไม่ต้องลดโทษให้แก่จำเลย

เห็นว่าเมื่อจำเลยไม่ต้องการให้พิจารณาพิพากษาใหม่ในส่วนที่เป็นประโยชน์แก่จำเลย ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดตามโจทก์ฟ้องหรือไม่ ส่วนที่จำเลยขอให้ลงโทษประหารชีวิตโดยไม่ต้องลดโทษให้แก่จำเลยนั้น เท่ากับเป็นการเพิ่มโทษจำเลย โดยที่โจทก์ไม่ได้ฎีกาในประเด็นนี้ ย่อมต้องห้ามในการที่จะเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบด้วยมาตรา 212 ศาลฎีกาไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · สุพล พันธุมโน · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1581/2567

แม้ตาม ป.อ. มาตรา 268 บัญญัติให้ผู้ใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 265 และเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น รับโทษตามมาตรานี้เพียงกระทงเดียว แต่การใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม ป.รัษฎากร มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 83/2567

โจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกฐานเป็นซ่องโจรอีกกรรมหนึ่ง โดยการกระทำความผิดฐานนี้ย่อมเป็นความผิดสำเร็จเมื่อมีการสมคบกันวางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นความผิด แม้ยังมิได้มีการกระทำการตามที่ได้สมคบ ปัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3672/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 เดือน โจทก์และโจทก์ร่วมไม่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำคุกในความผิดฐานนี้เกินกว่าโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นกำหนด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้