Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3745/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ. ได้ทำสัญญาการโอนกิจการกับผู้คัดค้านโดยตกลงโอนสินทรัพย์ทุกชนิด หนี้สินและภาระผูกพันทั้งหมดซึ่งรวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 7 ค้างชำระบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ. แก่ผู้คัดค้านแล้ว สิทธิเรียกร้องในหนี้ดังกล่าวย่อมตกเป็นของผู้คัดค้าน ทั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ. ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครแล้ว ดังนั้น ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ. จึงไม่มีอำนาจมอบอำนาจให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแทน

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 7 ร่วมกันชำระเงิน 4,752,222.98 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงิน 2,860,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 และที่ 7 ไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8534 ของจำเลยที่ 7 ขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดและเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวข้างต้น ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด โอนกิจการทั้งหมดแก่ผู้คัดค้านรวมทั้งหนี้ตามคำร้อง แล้วบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด จดทะเบียนเลิกบริษัท เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 นายเจริญจิตร ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด มอบอำนาจให้ (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหม ทำการบังคับคดีโดยชอบ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาทำการยึดที่ดินของจำเลยที่ 7 ตามคำร้องโดยชอบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2550 และคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนศาลพิพากษาหรือมีคำสั่ง ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ของจำเลยที่ 7 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยที่ 7 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8534 ของจำเลยที่ 7 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 7 ถึงแก่ความตาย นายธันว์ ผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ 7 เป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาแล้วไม่ชำระหนี้ ต่อมาบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด เข้าสวมสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ทำสัญญาการโอนกิจการรวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด และเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 1 มกราคม 2549 นายเจริญจิตร ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด มอบอำนาจให้ (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหม ดำเนินการบังคับคดี และเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2549 (ว่าที่)

ร้อยตรีภพพรหมนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8534 เพื่อนำมาขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ยังอยู่ในฐานะเจ้าหนี้จำเลยที่ 7 ตามคำพิพากษาผู้สวมสิทธิโจทก์และมีอำนาจดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ 7 มาขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้ทำสัญญาการโอนกิจการกับผู้คัดค้านโดยตกลงโอนสินทรัพย์ทุกชนิด หนี้สินและภาระผูกพันทั้งหมดซึ่งรวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 7 ค้างชำระบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด แก่ผู้คัดค้านแล้ว สิทธิเรียกร้องในหนี้ดังกล่าวย่อมตกเป็นของผู้คัดค้าน

ทั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครแล้ว ดังนั้น ผู้ชำระบัญชีบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด จึงไม่มีอำนาจมอบอำนาจให้ (ว่าที่) ร้อยตรีภพพรหมบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินแทนตามคำร้องของจำเลยที่ 7 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัณธาน ขันทมณี · ธงชัย เสนามนตรี · ชาญวิทย์ รักษ์กุลชน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นางชื่นอารี ชุ่มจิตร
ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา สร้อยสุวรรณ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3412/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ21412/2538
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ21545/2539
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้