Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3750/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค3วินิจฉัยว่าการที่จำเลยที่1ไปขอรับโอนมรดกที่ดินแล้วแบ่งขายให้แก่จำเลยที่2อันเป็นทรัพย์มรดกของข.ซึ่งตกได้แก่โจทก์กับจำเลยที่1มีส่วนคนละกึ่งหนึ่งเมื่อไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของรวมย่อมไม่ผูกพันส่วนของโจทก์จำเลยที่1ผู้โอนจึงไม่มีสิทธิที่จะโอนขายแก่จำเลยที่2พิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับโอนมรดกของจำเลยที่1และให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่1กับจำเลยที่2ด้วยเมื่อจำเลยที่2ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค3โดยมิให้เพิกถอนการโอนที่ดินระหว่างจำเลยที่1กับจำเลยที่2ซึ่งที่ดินดังกล่าวมีราคา200,000บาททุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาจึงไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา248วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายไข่ นางเก็บ พรหมจันทร์หรือแซ่เวา นายไข่ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2532 มีทรัพย์มรดกคือ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 132 และที่ดินแปลงอื่นอีก 1 แปลงหลังจากนายไข่ถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์และจำเลยที่ 1 ร่วมกันครอบครองที่ดินมรดกตลอดมา วันที่ 10 มีนาคม 2532 จำเลยที่ 1ยื่นเรื่องราวขอรับมรดกของนายไข่ต่อเจ้าพนักงานที่ดินอ้างว่าเป็นทายาทของนายไข่คนเดียว ซึ่งเป็นความเท็จ ปกปิดความจริงในข้อที่ว่าโจทก์เป็นทายาทอีกคนหนึ่งด้วย เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อจึงจดทะเบียนโอนที่ดินมรดกของนายไข่ให้แก่จำเลยที่ 1วันที่ 18 มิถุนายน 2532 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าว

ออกเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่2047 ขายให้แก่จำเลยที่ 2 เนื้อที่ 200 ตารางวา โดยโจทก์ไม่ทราบทำให้โจทก์เสียเปรียบ วันที่ 17 ตุลาคม 2532 จำเลยที่ 1 นำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 132 จดทะเบียนจำนองประกันหนี้ไว้กับจำเลยที่ 3 โดยพนักงานของจำเลยที่ 3 ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 ได้ที่ดินมาด้วยการฉ้อฉล ทำให้โจทก์เสียเปรียบขอให้แสดงว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 132ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 2043 ซึ่งแบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นมรดกของนายไข่ตกได้แก่โจทก์ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดกของจำเลยที่ 1 ให้เพิกถอนการขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 2047 ระหว่างจำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 2 ให้เพิกถอนสัญญาจำนองและการจดทะเบียนจำนองระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 เป็นบุคคลภายนอก รับจดทะเบียนจำนองที่ดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนโดยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่132 และ 2047 ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นมรดกได้แก่โจทก์กับจำเลยที่ 1 คนละหนึ่งส่วนเท่า ๆ กันให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับมรดกของจำเลยที่ 1 ในที่ดินดังกล่าวและเพิกถอนการซื้อขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่2047 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าการที่จำเลยที่ 1 ไปขอรับโอนมรดกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) เลขที่132 ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 3 ไร่ 94 ตารางวา แล้วแบ่งขายให้แก่จำเลยที่ 2 โดยแบ่งแยกออกเป็น

น.ส.3 ก. เลขที่ 2047 เนื้อที่200 ตารางวา อันเป็นทรัพย์มรดกของนายไข่ซึ่งตกได้แก่โจทก์กับจำเลยที่ 1 มีส่วนคนละกึ่งหนึ่ง เมื่อไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของรวม ย่อมไม่ผูกพันส่วนของโจทก์ จำเลยที่ 1 ผู้โอนจึงไม่มีสิทธิที่จะโอนขายแก่จำเลยที่ 2 ดังนั้น จำเลยที่ 2ผู้รับโอนก็ไม่มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 1 ผู้โอน พิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนรับโอนมรดกของจำเลยที่ 1 และให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 2047 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2ด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียวฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 โดยมิให้เพิกถอนการโอนที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 2047 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ซึ่งที่ดินดังกล่าวมีเนื้อที่ 200 ตารางวา จึงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาว่าราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันมาในชั้นฎีกามีจำนวนเท่าใด ในข้อนี้ปรากฎจากคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ว่าได้ตกลงซื้อจากจำเลยที่ 1 ในราคา 200,000 บาท

เมื่อคดีนี้จำนวนทุนทรัพย์พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า เมื่อโจทก์ไม่นำนางอารี พรหมจันทร์ที่ลงชื่อตามเอกสารหมาย จ.8 ที่โจทก์อ้างว่าเป็นคนละคนกับโจทก์มาเบิกความ ก็ต้องเชื่อว่าเป็นคนคนเดียวกับโจทก์ พยานหลักฐานโจทก์ไม่น่าเชื่อถือ การที่จำเลยที่ 1 มีส่วนได้ที่ดินมรดกกับโจทก์คนละกึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิได้รับ 1 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวาการที่จำเลยที่ 1 ขายให้แก่ 2 เพียง 200 ตารางวา และจำเลยที่ 2ได้มาโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนย่อมไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบแต่อย่างใด นั้นเห็นว่า ข้อฎีกาของจำเลยที่ 2 ล้วนเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายก ฎีกา ของ จำเลย ที่ 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีชัย เจริญบัณฑิต · นิเวศน์ คำผอง · ดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้