Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 376/2478

พ.ศ. 2478 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญากู้เดิมไม่มีพะยานลงชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้ ภายหลังจำเลยไปลงชื่อรับรองลายนิ้วมือ แล้วนำมาฟ้องแลเบิกความเท็จต่อศาลว่าลงชื่อรับรองต่อพะยานแลผู้กู้ดังนี้ มีผิดตาม ม.155 สัญญากู้เดิมไม่มีพะยานลงชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้ ภายหลังจำเลยลงชื่อรับรองลายนิ้วมือแล้วนำมาฟ้องร้องแลอ้างเป็นสักขีพะยานต่อศาลใน+เวลาพิจารณาคดี มีผิดตาม ม.157 กระทำเอกสารพะยานเท็จแต่ยังไม่นำมาอ้างต่อศาลยังไม่มีผิดตาม ม.157 สัญญากู้เดิมไม่มีพะยานลงชื่อรับรองลายนิ้วมือผู้กู้แล้ว จำเลยมาเติมข้อความในสัญญาเลยลงลายมือจำเลย แล้วเขียนว่าพะยานดังนี้ มีผิดฐานปลอมหนังสือ สัญญากู้เป็นหนังสือสำคัญฎีกาอุทธรณ์ลงโทษไม่เกินคำขอโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานปลอมหนังสือตาม ม.223 ได้พิจารณาได้ความว่ามีผิดตาม ม.224 ดังนี้ ศาลลงโทษเพียงโจทก์ขอตามมาตรา 223

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 6-155-

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าเดิมเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๒ โจทก์ได้ทำหนังสือกู้เงินไว้ให้แก่ จ.จำเลย โจทก์ได้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในสัญญากู้โดยมีพะยานลงลายพิมพ์นิ้วมือรับรองแต่ผู้เดียว ต่อมาระวาง พ.ศ.๒๔๗๕ - ๒๔๗๖ พ.และ ข.จำเลยมาลงลายมือชื่อเป็นพะยานในสัญญากู้นี้ แล้ว จ.จำเลยจึงนำสัญญานี้มาฟ้องเรียกเงินจากโจทก์โดยจำเลยทั้ง ๓ ได้สาบานตัวเบิกความเท็จต่อศาลว่า พ.และ ข.ได้ลงลายมือชื่อเป็นพะยานต่อหน้าผู้กู้แลพะยาน โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๒๒-๒๒๓-๒๒๔-๒๒๗-๑๕๕-๑๕๗-๖๓ และ ๗๑ ศาลเดิมพิพากษาให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อหาเรื่องปลอมหนังสือและกระทำพะยานเท็จนั้น จำเลยได้กระทำไปโดยไม่มีอาชญาเจตนาแลเชื่อว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายยังไม่ควรมีผิดแต่เห็นว่าจำเลยมีผิดฐานเบิกความเท็จ จึงให้จำคุกจำเลยทั้ง ๓ คนละ ๔ เดือนตาม มาตรา ๑๕๕

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตาม ม.๑๕๗-๒๒๒ แล ๒๒๓ ด้วย

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จนั้น เป็นการชอบแล้ว เพราะว่าถ้าเป็นจริงว่า พ.แล ข.ได้ลงลายมือชื่อขณะกู้จริง สัญญานั้นก็ฟ้องร้องได้ซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีอย่าง ๑ ข้อที่จำเลยคัดค้านว่าโจทก์ไม่ได้เสียหายนั้นเห็นว่าตามมาตรา ๑๕๕ มิได้กล่าวถึงการเสียหายแต่อย่างใด ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕๗ นั้นเห็นว่า พ.แล ข.จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ซึ่งใช้เป็นสักขีพะยานในข้อสำคัญแก่การพิจารณาคดีโดยจำเลยรู้อยู่ว่าการกระทำเช่นนั้น จะให้เสียความสัตย์จริงในคดี เมื่อ จ.จำเลยนำมาอ้างต่อศาล จ.จึงต้องมีผิดตามมาตรา ๑๕๗ ส่วน พ.และ ข.แม้ได้กระทำพะยานเท็จแต่มิได้นำมาอ้าง จึงยังไม่มีผิด ส่วนการกระทำของ

ข.และ พ.จะมีผิดฐานปลอมหนังสือด้วยหรือไม่นั้น เห็นว่าการที่ พ. แล ข. ยังอาจลงลายมือชื่อของตนในสัญญากู้ คือมีบันทัดหนึ่งถัดบันทัดผู้กู้มีว่า "ลงลายมือ ชม พิน พยาน " จึงเกิดเป็นข้อความอย่างหนึ่งขึ้นเข้าเกณฑ์แห่งมาตรา ๒๒๒(๒) พ.แล ข.จึงมีผิดตาม มาตรา ๒๒๓ โดยหนังสือนี้ได้ปลอมใช้เป็นหนังสือที่แท้จริง แลเห็นว่าสัญญากู้เป็นหนังสือสำคัญ แต่ฎีกาโจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๒๔ จึงลงโทษเพียงโจทก์ขอจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาว่า จ.จำเลยมีผิดตาม ม.๑๕๗ อีกกะทงหนึ่ง รวมเป็นโทษ ๒ กะทงให้จำคุก ๘ เดือน พ.แล ข.จำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๒๓ อีกกะทง รวมเป็นโทษ ๒ กะทงให้จำคุกจำเลยคนละ ๘ เดือน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อิศร · นล · กฤต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้