Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3767/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เครื่องประดับจำพวกตุ้มหู สร้อย แหวน ทำด้วยเงินราคาต่ำสุดคู่ละ 7 บาท สูงสุดคู่ละ 25 บาท เป็นเพียงเครื่องประดับทำด้วยเงินมีราคาต่ำ จึงเป็นของธรรมดาทั่ว ๆ ไป เท่านั้นถึงแม้จะมีจำนวนมากและรวมจำนวนกันแล้วมีราคา52,200 บาท ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นของมีค่าอย่างอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 620 วรรคหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์โดยสารรถยนต์ปรับอากาศของจำเลยที่ 1 เพื่อเดินทางไปจังหวัดหนองคาย โจทก์ฝากกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ให้พนักงานของจำเลยที่ 1เก็บรักษาไว้ระหว่างเดินทางและแจ้งพนักงานประจำรถของจำเลยที่ 1 ให้รักษากระเป๋าดังกล่าวให้รอบคอบเพราะมีสินค้าบรรจุอยู่ พนักงานของจำเลยที่ 1 ออกใบรับฝากกระเป๋าให้โจทก์ เมื่อเดินทางถึงจังหวัดหนองคาย จึงทราบว่ากระเป๋าบรรจุสินค้าของโจทก์หายไป 1 ใบ ในกระเป๋านี้มีสินค้าคือ ตุ้มหู สร้อยข้อมือ แหวน และสร้อยข้อเท้ารวมราคา 52,200 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้สินค้าดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากไม่สามารถชดใช้ได้ก็ให้ร่วมกันชดใช้ราคา 52,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์มิได้บอกราคาหรือสภาพแห่งของมีค่าไว้ในขณะที่ส่งมอบแก่จำเลยที่ 1 ของที่โจทก์อ้างว่าสูญหายเป็นอัญมณี

จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า ของตามฟ้องเป็นของมีค่าประเภทเงินทอง หรืออัญมณีหรือของมีค่าอย่างอื่นซึ่งโจทก์มิได้แจ้งราคาหรือสภาพให้จำเลยที่ 1 ทราบการสูญหายมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย52,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า ของตามฟ้องเป็นของมีค่าอย่างอื่น ๆ ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 620 ซึ่งโจทก์ต้องบอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะส่งมอบหรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความว่า

โจทก์ส่งมอบของตามฟ้องแก่จำเลยที่ 1ต่อมาของดังกล่าวสูญหายไปในระหว่างการขนส่งของจำเลยที่ 1ของดังกล่าวเป็นประเภทเครื่องประดับ ทำด้วยเงินมีราคาถูกราคาต่ำสุดคู่ละ 7 บาท ราคาสูงสุดคู่ละ 25 บาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 620 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า"ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดในเงินทองตรา ธนบัตร ธนาคารบัตรตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ ประทวนสินค้า อัญมณีและของมีค่าอย่างอื่น ๆ หากมิได้รับบอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะที่ส่งมอบแก่ตน" คำว่า "ของมีค่าอย่างอื่น ๆ"ตามความหมายแห่งบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงทรัพย์สินที่มีคุณค่าอันมีลักษณะพิเศษทำนองเดียวกับเงินทองตราธนบัตรธนาคารบัตร ตั๋วเงิน พันธบัตร ใบหุ้น ใบหุ้นกู้

ประทวนสินค้าหรืออัญมณีของดังกล่าวเป็นเพียงเครื่องประดับทำด้วยเงินมีราคาต่ำ จึงเป็นของธรรมดาทั่ว ๆ ไปเท่านั้นถึงแม้จะมีจำนวนมากและรวมจำนวนกันแล้วมีราคา 52,200 บาทซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นของมีค่าอย่างอื่น ๆ ตามความหมายแห่งบทบัญญัติดังกล่าวโจทก์จึงไม่จำต้องบอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะที่ส่งมอบแก่จำเลยที่ 1พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล รางชางกูร · นิเวศน์ คำผอง · ทวีชัย เจริญบัณฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้