คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๖๘๗,๓๙๗.๒๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงประนีประนอมยอมความที่ให้จำเลยถอนฟ้องโจทก์ในคดีอาญาข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเป็นโมฆะ และไม่ทำให้หนี้เดิมตามหนังสือรับสภาพหนี้ระงับไปหรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกข้อตกลงประนีประนอมยอมความมีข้อตกลงที่ฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต้องปฏิบัติรวมทั้งหมด ๑๐ ข้อ ในส่วนที่เกี่ยวกับการถอนฟ้องเป็นเรื่องที่ตกลงให้โจทก์ถอนฟ้องคดีแพ่ง ๑ คดี จำเลยกับพวกถอนฟ้องคดีอาญา ๑ คดี คดีแพ่ง ๒ คดี และตกลงประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งอีก ๑ คดี คดีแพ่งทั้ง ๔ คดีดังกล่าวไม่ใช่คดีอาญาแผ่นดิน ข้อตกลงในส่วนดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ไม่ตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐ แม้จะฟังว่าข้อตกลงในส่วนที่ให้ฝ่ายจำเลยถอนฟ้องคดีอาญาในข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอมที่ระบุในบันทึกข้อตกลงประนีประนอมยอมความข้อ ๑ เป็นคดีอาญาแผ่นดินซึ่งอาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะก็ตาม ก็เป็นส่วนที่แยกออกจากส่วนที่สมบูรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๓ ซึ่งไม่เกี่ยวกับส่วนที่โจทก์จะได้รับชำระหนี้จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ บาท จากจำเลยและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๕๙๗ ให้จำเลยตามที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงประนีประนอมยอมความข้อ ๔ และข้อ ๕ หนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งเป็นหนี้เดิม จึงระงับไปแล้วดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น?
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑๐,๐๐๐ บาท แทนจำเลย.