Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3782/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเข้าไปปลูกบ้านในที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินตาม น.ส.3ตั้งแต่ปี 2506 แต่เนื่องจากพวกเขมรเข้ามาปล้นชาวบ้านแถวบริเวณที่พิพาทบ่อย ๆ จำเลยจึงทิ้งที่พิพาทไป โดยปีหนึ่งกลับมาดูหนหนึ่งเหตุที่จำเลยปล่อยที่พิพาทรกเป็นป่าเนื่องจากจำเลยเกรงอิทธิพลของบุคคลภายนอกจึงต้องหลบหนี นาน ๆ จึงจะแวะมาดูที่พิพาทครั้งหนึ่ง การครอบครองที่พิพาทของจำเลยไม่เป็นการต่อเนื่องและเป็นกิจจะลักษณะ เมื่อจำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านในที่พิพาทในปี 2532 ภายหลังที่โจทก์ร่วมได้ซื้อที่พิพาทจาก อ.โดยสุจริตแล้วจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างเดือนมกราคม 2532 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ถึงวันที่ 31 มกราคม 2532 ทั้งเวลากลางวันกลางคืนต่อเนื่องกันตลอดมา จำเลยได้บุกรุกเข้าไปปลูกบ้านในเขตที่ดินจำนวน 15 ไร่ของผู้เสียหาย เพื่อถือการครอบครองที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข เหตุเกิดที่ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราดจังหวัดตราด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ประกอบด้วยมาตรา 362 จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2531 โจทก์ร่วมทั้งห้าได้ซื้อที่พิพาทจำนวน 15 ไร่ มาจากนางอารีเทพหัสดิน ณ อยุธยา เมื่อซื้อมาแล้วได้ให้นายมานิตย์ตั้งบุรสุวรรณ กำนันตำบลแหลมกลัด ช่วยดูแลให้ ต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2532 จำเลยได้เข้าไปปลูกบ้านลงในที่พิพาทคดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมมีตัวโจทก์ร่วมที่ 1 และนายมานิตย์ เบิกความสรุปเป็นใจความว่า ก่อนทำการซื้อที่พิพาทโจทก์ร่วมที่ 1 ได้มอบอำนาจให้บุคคลอื่นนำเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินอำเภอเมืองตราดไปทำการรังวัดที่ดินที่พิพาท ซึ่งขณะนั้นไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดครอบครอง และเมื่อประมาณกลางเดือนธันวาคม2531 โจทก์ร่วมที่ 1 ได้ไปดูที่พิพาทด้วยตนเองอีกก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดทำการบุกรุก

ต่อมาประมาณกลางเดือนมกราคม 2532นายมานิตย์ได้โทรศัพท์บอกโจทก์ร่วมที่ 1 ทราบว่าจำเลยเข้าไปปลูกบ้านในที่พิพาท โจทก์ร่วมที่ 1 จึงได้เดินทางไปดูด้วยตนเองปรากฏว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าไปปลูกบ้านในที่พิพาทจริง แต่ไม่พบตัวจำเลย โจทก์ร่วมที่ 1 จึงสั่งให้นายมานิตย์ช่วยบอกให้จำเลยทำการรื้อถอนบ้านออกไป ต่อมานายมานิตย์ได้บอกโจทก์ร่วมที่ 1ว่าจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตาม เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2532โจทก์ร่วมที่ 1 จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลท่าเลื่อนเพื่อให้ดำเนินคดีแก่จำเลย ซึ่งจำเลยเองก็เบิกความตอบทนายโจทก์ร่วมถามค้านว่าจำเลยได้เข้าไปปลูกบ้านในที่พิพาทครั้งสุดท้ายก่อนถูกแจ้งความประมาณ 1 หรือ 2 เดือนจริง โดยจำเลยอ้างว่าได้ที่พิพาทเนื่องจากนายวิชา

มีภักดี ตีใช้หนี้ให้ตั้งแต่ปี 2506 แต่ในชั้นสืบพยานจำเลย จำเลยมิได้นำนายวิชามาเบิกความต่อศาลให้สมจริงตามที่อ้าง ทั้งจำเลยยังเบิกความด้วยว่าจำเลยปลูกบ้านหลังแรกเมื่อปี 2506 แต่เนื่องจากพวกเขมรเข้ามาปล้นชาวบ้านแถวบริเวณที่พิพาทบ่อย ๆ จำเลยจึงทิ้งที่พิพาทไปโดยปีหนึ่งกลับมาดูหนหนึ่งเหตุที่จำเลยปล่อยให้ที่พิพาทรกเป็นป่าเนื่องจากจำเลยเกรงอิทธิพลของบุคคลภายนอก จึงต้องหลบหนี นาน ๆ จึงจะแวะมาดูที่พิพาทครั้งหนึ่ง เห็นว่าการครอบครองที่พิพาทของจำเลยไม่เป็นการต่อเนื่องและเป็นกิจจะลักษณะพยานจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานโจทก์และโจทก์ร่วม ดังนั้นเมื่อจำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านในที่พิพาทซึ่งโจทก์ร่วมได้ซื้อมาโดยสุจริต จำเลยจึงต้องมีความผิดตามฟ้อง ฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · มงคล สระฏัน · เธียรไท สุนทรนันท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3817/2568

จำเลยทั้งสองปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินบริเวณไหล่ทางหลวงชนบทซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือหน้าที่ดินโจทก์จากด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออกตามจุด A1 ถึง A2 แนวเขตที่ดินของโจทก์ตามแนว B1 ถึง B2 บ่งชี้ให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านพักเลขที่ 63/32 อันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้ร้องที่ 1 แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 2 โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2030/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของ น. ผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยมีอาวุธขวานติดตัวไปด้วย จากนั้นจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3515/2563

ตราบใดที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้คู่ความฟัง ก็ต้องถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ศาลชั้นต้นจะต้องส่งคำร้องของจำเลยที่ขอแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมไปให้ศาลอุทธร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้