คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ลงโทษจำคุก 6 เดือนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันนัดสืบพยานจำเลยครั้งแรกทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาโดยอ้างว่าทนายจำเลยมีอาการวิงเวียนศีรษะและอ่อนเพลียไม่สามารถมาศาลได้โจทก์มิได้คัดค้าน อีกทั้งไม่ปรากฏเหตุว่าจำเลยแกล้งประวิงคดีประกอบกับคดีมีโทษจำคุกและจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาจึงสมควรที่จะให้โอกาสจำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ซึ่งศาลชั้นต้นชอบที่จะอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาไปสืบพยานจำเลยในครั้งต่อไปตามที่ได้นัดไว้ก่อนแล้วตามที่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 18 ตุลาคม 2539 แต่หาได้กระทำไม่จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 179 วรรคสองบัญญัติไว้อีกทั้งการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำวินิจฉัยว่า
แม้จำเลยจะให้การปฏิเสธก็เป็นการปฏิเสธลอย ๆ โดยไม่ได้นำสืบหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ในชั้นพิจารณาแต่อย่างใดคงมีแต่การซักค้านของทนายจำเลยระหว่างสืบพยานโจทก์วิ่งมีน้ำหนักน้อยไม่เพียงพอที่จะรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ นั้น ก็เป็นการวินิจฉัยที่ผิดพลาดต่อความเป็นจริงแห่งคดี ทั้งนี้เพราะการที่จำเลยไม่ได้สืบพยานจำเลยนั้นก็เนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีดังกล่าวข้างต้น หาใช่เป็นกรณีที่จำเลยไม่สืบพยานจำเลยไม่ ฉะนั้น เพื่อให้คดีได้ดำเนินไปจนสิ้นกระแสความศาลฎีกาเห็นเป็นการจำเป็นที่จะให้ศาลชั้นต้นได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 208(2) ประกอบด้วยมาตรา 225 บัญญัติให้อำนาจไว้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาสืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี