Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3790/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร. ผู้รับตราส่งได้นำใบตราส่งพร้อมหลักฐานอื่นไปขอออกสินค้าลูกปืนและตลับลูกปืนที่สั่งซื้อจากการท่าเรือแห่งประเทศไทยแล้วสิทธิของผู้ส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนสินค้ารายนี้ย่อมตกได้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร.ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 627 โจทก์ผู้รับประกันภัยสินค้านั้นได้ชำระค่าเสียหายให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ร. ไปย่อมได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องผู้รับขนผู้ก่อความเสียหายแก่สินค้ารายนี้ได้จำเลยที่ 1 มีชื่อเป็นผู้รับสินค้าในใบตราส่ง เมื่อเรือบรรทุกสินค้ามาถึงประเทศไทย บริษัทตัวแทนเรือในต่างประเทศได้แจ้งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดร. ไปติดต่อกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1เป็นผู้ติดต่อการท่าเรือแห่งประเทศไทยขออนุญาตนำเรือเข้าเทียบท่า และเป็นผู้ออกใบสั่งปล่อยสินค้าให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดร.ไปรับสินค้าจากคลังสินค้า ดังนี้ พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1มีลักษณะร่วมกันขนสินค้ารายนี้อันเป็นการขนส่งหลายทอดตามวิธีการขนส่งทางทะเล เมื่อสินค้าเกิดความเสียหายขึ้นผู้ขนส่งต้องรับผิดร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา618แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นตัวแทนของบริษัท ซ. ผู้ควบคุมการเดินเรือของประเทศสหภาพโซเวียต โดยได้รับค่าตอบแทนตามอัตราสินค้าเข้าและสินค้าออกของค่าระวาง แต่ในคดีนี้เรือบรรทุกสินค้าของประเทศสหภาพโซเวียตมิได้เข้ามาในประเทศไทย โดยได้ขนถ่ายสินค้ารายนี้ให้สายการเดินเรืออื่นทำการขนส่งอีกทอดหนึ่งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมดำเนินการขนส่งหรือได้ผลประโยชน์ในการขนส่งสินค้ารายนี้ ดังนี้จำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมขนส่งด้วยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยสินค้าลูกปืนและตลับลูกปืนให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ้งจรัสแสงยนต์ ซึ่งสั่งซื้อจากประเทศสหภาพโซเวียตได้มีการขนส่งทางเรือหลายทอดมาถึงกรุงเทพ จำเลยทั้งสองได้ร่วมขนส่งกับเจ้าของเรือ ปรากฏว่าสินค้าที่ส่งมาเสียหาย โจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ้งจรัสแสงยนต์ไปแล้ว จึงมาฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนเรือไม่ได้ร่วมขนส่งด้วย สินค้าไม่ได้สูญหายในระหว่างขนส่งและค่าเสียหายไม่ถึงที่โจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันรับขนสินค้ารายนี้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดใช้เงินตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด รุ้งจรัสแสงยนต์ ได้นำใบตราส่งพร้อมหลักฐานอื่นไปขอออกสินค้าลูกปืนและตลับลูกปืนที่สั่งซื้อจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยไม่ปรากฏว่ามีฝ่ายใดโต้แย้งว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ้งจรัสแสงยนต์มิใช่ผู้รับตราส่งเมื่อปรากฏว่าสินค้าดังกล่าวชำรุดขาดหาย กรณีเช่นนี้จึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 627 ซึ่งบัญญัติว่าเมื่อของถึงตำบลที่กำหนดให้ส่ง และผู้รับตราส่งได้เรียกให้ส่งมอบแล้วท่านว่าแต่นั้นไปสิทธิทั้งหลายของผู้ส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนนั้นย่อมตกไปได้แก่ผู้รับตราส่งดังนั้นเมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ้งจรัสแสงยนต์ ผู้รับตราส่ง ได้เรียกให้ส่งมอบสินค้าแล้ว สิทธิของผู้ส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนสินค้ารายนี้ย่อมตกไปได้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ้งจรัสแสงยนต์ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว

โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยสินค้านั้นได้ชำระค่าเสียหายให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ้งจรัสแสงยนต์ไปย่อมได้รับช่วงสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว มาฟ้องผู้รับขนผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สินค้ารายนี้ได้ สำหรับจำเลยที่ 1 นั้น คดีได้ความว่า ใบตราส่งสินค้าเอกสารหมาย จ.4 ที่บริษัทแปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล ไลน์ (พีทีอี) จำกัดผู้ขนส่งเป็นผู้ออกระบุให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับสินค้า เมื่อเรือโกตารัตนามาถึงประเทศไทยบริษัทสิงคโปร์ โซเวียตชิปปิ้ง จำกัด ตัวแทนของเรือดมิตรี โพลูยัน ประจำประเทศสิงคโปร์ ได้แจ้งการมาถึงของสินค้าให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ้งแสงจรัสยนต์เจ้าของสินค้าไปติดต่อกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 เป็นผู้ติดต่อการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ขออนุญาตนำเรือโกตารัตนาเข้าเทียบท่า เมื่อสินค้ารายนี้ขนถ่ายจากเรือโกตารัตนา ไปไว้ที่คลังสินค้าของการท่าเรือแห่งประเทศไทยแล้ว จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกใบสั่งปล่อยสินค้าให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ้งจรัสแสงยนต์ไปรับสินค้านั้น เห็นว่าหากจำเลยที่ 1 ไม่ดำเนินการดังกล่าว สินค้ารายนี้ก็ไม่อาจถึงมือผู้ซื้อสินค้าได้พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1เช่นว่านั้นจึงมีลักษณะร่วมกันขนส่งสินค้ารายนี้กับบริษัทแปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล ไลน์ (พีทีอี) จำกัด และบริษัทเจ้าของเรือดมิตรี โพลูยัน อันเป็นการขนส่งหลายทอดตามวิธีการขนส่งทางทะเลดังโจทก์ฟ้อง ในกรณีที่มีการร่วมกันขนส่งสินค้าหลายทอดและสินค้าเกิดความเสียหายขึ้น ผู้ขนส่งจะต้องรับผิดร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 618 ฉะนั้น

จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2 แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของบริษัทซอฟฟร๊อต ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการเดินเรือของประเทศสหภาพโซเวียตโดยจำเลยที่ 2 ได้ค่าตอบแทนจากบริษัทดังกล่าว ในกรณีสินค้าเข้าในอัตราร้อยละ 2 ของค่าระวาง และสินค้าออกในอัตราร้อยละ5 ของค่าระวางก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่าเรือดิมตรี โพลูยัน ซึ่งเป็นเรือในประเทศสหภาพโซเวียตมิได้เข้ามาในประเทศไทย หากแต่ขนถ่ายสินค้ารายนี้ให้สายการเดินเรืออื่นทำการขนส่งอีกทอดหนึ่ง โดยไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 2 ได้เข้าร่วมดำเนินการขนส่ง หรือได้ผลประโยชน์ในการขนส่งสินค้านั้นด้วย ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 ได้ร่วมขนส่งสินค้ารายนี้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินตามฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7133/2538

ในการขนส่งสินค้าทางทะเลนั้น ใบตราส่งเป็นหลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่แสดงว่าผู้ใดเป็นผู้ขนส่งสินค้าดังกล่าว เพราะเป็นเอกสารที่ผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับของที่ส่ง จุดหมายปลายทาง ชื่อแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2530

ฟ้องบรรยายความเป็นมาแห่งคดีเกี่ยวกับการขนส่งทางทะเลรวมถึงความรับผิดของจำเลยผู้ขนส่งให้เป็นที่เข้าใจได้อย่างดี เป็นคำฟ้องที่แสดงแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ รวมทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10156/2558

แม้ผู้จัดการทั่วไปของจำเลยที่ 1 เบิกความว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีสาขาในประเทศราชอาณาจักรสวีเดน ขั้นตอนในการดำเนินการขนส่งจะต้องอาศัย Agent หรือผู้รับขนส่งที่ประเทศต้นทาง ตามใบวางบิลของจำเลยที่ 2 มีการหักส่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2557

จำเลยที่ 1 รับสินค้าจากโจทก์เพื่อดำเนินการขนส่ง เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 ครั้นเมื่อมีการขนส่งสินค้าไปส่งมอบแก่ผู้ซื้อแล้ว ปรากฏในขณะนั้นว่าสินค้าสูญหายไป 1 กล่อง แต่ได้ความต่อมาว่าจำเลยที่ 2 พบส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2122/2556

จำเลยที่ 2 ออกใบรับขนของทางอากาศฉบับแรกโดยระบุชื่อผู้ขายเป็นผู้ส่ง บริษัทผู้ซื้อเป็นผู้รับตราส่ง และใบรับขนของทางอากาศฉบับหลังก็ปรากฏข้อเท็จจริงต่อเนื่องกันกับการออกใบรับขนของทางอากาศฉบับแรก โดยใบรับข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้