Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3801/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกับโจทก์โดยมีข้อตกลงให้มีผลใช้บังคับแก่ลูกจ้างทุกคนของจำเลยทั้งสามขอให้บังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำกันไว้ ดังนี้ โจทก์ในฐานะสหภาพแรงงานย่อมมีอำนาจฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอันเป็นสัญญา ระหว่างโจทก์กับจำเลยได้ กรณีเช่นนี้โจทก์ไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าลูกจ้างของจำเลยทั้งสามเป็นสมาชิกของโจทก์หรือไม่ บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องหอพักของพนักงานระหว่างโจทก์จำเลยมีว่า โจทก์ตกลงรับหลักการให้ยุบที่พักอาศัยของบริษัทจำเลยทั้งสามได้โดยทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาในรายละเอียดร่วมกันและต้องทำความตกลงกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2529 และให้ลูกจ้างที่พักอาศัยทุกคนย้ายออกไปภายใน 2 เดือนหลังจากตกลงกันได้ เช่นนี้ ความสำคัญของข้อตกลงนี้จึงมีว่าคู่สัญญาไม่ประสงค์ให้มีที่พักอาศัยของลูกจ้างต่อไปอีก ส่วนข้อความว่าจะต้องมีการตกลงกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2529 นั้นเป็นเพียงรายละเอียด ทั้งยังแสดงเจตนาของคู่สัญญานั้นว่าไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไร ลูกจ้างจะต้องออกไปจากหอพักอย่างช้าที่สุดคือสิ้นปี พ.ศ. 2529 เมื่อปรากฏว่าโจทก์จำเลยไม่อาจเจรจาทำความตกลงกันได้ภายในเวลาที่กำหนด และเวลาก็ได้ล่วงพ้นปี พ.ศ. 2529 ไปแล้วจำเลยทั้งสามจึงมีสิทธิประกาศให้ลูกจ้างออกจากหอพักได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 36 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 มาตรา 10 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 มาตรา 12 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 มาตรา 19 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 19 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 98 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 10 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 12

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๙ จำเลยได้ทำสัญญาข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกับโจทก์โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันทำสัญญานั้น ตามสัญญาข้อ ๕ โจทก์ตกลงรับหลักการให้ยุบหอพักของจำเลยโดยทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาในรายละเอียดร่วมกันและต้องทำความตกลงให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม ๒๕๒๙ กับให้ลูกจ้างที่พักอาศัยย้ายออกไปภายใน ๒ เดือน โจทก์กับจำเลยได้เจรจากันในหลักการต่างๆ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ต่อมาวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๓๐ จำเลยได้ประกาศให้พนักงานที่พักอาศัยอยู่ในหอพักย้ายออกไปภายในวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๓๐ หากพนักงานขัดขืนจะถือว่าจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างและจะพิจารณาให้พ้นจากการเป็นพนักงานอันเป็นการขัดต่อสัญญาข้อตกลงดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ข้อที่ ๕ และยกเลิกคำสั่งที่ให้พนักงานออกจากหอพัก

จำเลยให้การว่า บันทึกการประชุมท้ายคำฟ้องไม่ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติให้ใครฟ้องใครในข้อหาใด ผู้ลงชื่อมอบอำนาจให้นายชาญ เขียนทอง ฟ้องคดีแทนโจทก์ ไม่ปรากฏในคำฟ้องว่าเป็นกรรมการของโจทก์ จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม จำเลยได้ออกประกาศให้พนักงานหรือลูกจ้างออกจากหอพัก โจทก์ซึ่งมีฐานะเป็นสหภาพแรงงานไม่ได้ถูกโต้แย้งสิทธิโดยตรง และไม่ปรากฏว่า พนักงานหรือลูกจ้างดังกล่าวเป็นสมาชิกของโจทก์กับมิได้มอบหมายให้โจทก์ดำเนินคดีนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๑ สร้างหอให้ลูกจ้างอาศัยโดยไม่มีเจตนาให้ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ พักอาศัยด้วย แต่ได้มีลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เข้าไปพักอาศัยโดยไม่มีสิทธิ เหตุที่ให้เลิกหอพักเพราะลูกจ้างประพฤติตัวไม่เรียบร้อย แต่การเจรจาเพื่อเลิกหอพักนี้ไม่เป็นผล

จำเลยที่ ๑ มีความจำเป็นต้องขยายกิจการ จำต้องขยายโรงงานเดิม จึงได้มีการทำสัญญาข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยมีหลักการว่าคู่สัญญาตกลงยกเลิกหอพักและทั้งสองฝ่ายจะพิจารณารายละเอียดร่วมกันให้เสร็จภายในเดือนตุลาคม ๒๕๒๙ และลูกจ้างที่พักอาศัยทุกคนต้องย้ายออกไปภายใน ๒ เดือน หลังจากตกลงกันได้แต่ในการเจรจากันโจทก์ประวิงเวลาและเรียกค่าตอบแทนในการขนย้ายออกจากหอพักเป็นจำนวนสูงมากโดยไม่คำนึงถึงเหตุผล ประกาศของจำเลยที่ ๑ เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายในฐานะเป็นเจ้าของทรัพย์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยออกคำสั่งให้ลูกจ้างออกจากที่พักโดยพลการเป็นการผิดข้อตกลง พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งตามเอกสารหมายเลข ๑ ท้ายคำให้การ

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า โจทก์ในฐานะสหภาพแรงงานมิได้ถูกโต้แย้งสิทธิโดยตรง ผู้ที่ถูกโต้แย้งสิทธิคือลูกจ้างของจำเลยทั้งสามบางส่วนที่อาศัยอยู่ในหอพัก ซึ่งไม่ปรากฏว่าลูกจ้างดังกล่าวเป็นสมาชิกของโจทก์และมิได้มอบอำนาจให้โจทก์ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๖

พิเคราะห์แล้ว ได้ความว่า เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๗ จำเลยทั้งสามได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้กับโจทก์ตามภาพถ่ายบันทึกฉบับลงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๗ โดยมีข้อกำหนดว่าให้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับนี้มีผลใช้บังคับต่อลูกจ้างทุกคนของจำเลยทั้งสาม ดังนั้นคำฟ้องของโจทก์ในฐานะสหภาพแรงงานจึงเป็นคำฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวอันเป็นสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นคู่กรณีต่อกัน กรณีเช่นนี้โจทก์ไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าลูกจ้างของจำเลยทั้งสามเป็นสมาชิกของโจทก์หรือไม่โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาข้อสุดท้ายมีว่า จำเลยทั้งสามมีสิทธิบังคับให้ลูกจ้างออกจากหอพักตามประกาศของจำเลยทั้งสามฉบับลงวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๓๐ หรือไม่

เห็นว่า ความในบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เอกสารหมายเลข ๓ ท้ายคำให้การมีข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องหอพักของพนักงานไว้เพียงข้อเดียวคือ ข้อตกลงข้อที่ ๕ ซึ่งมีข้อความว่า สหภาพแรงงานฯ (โจทก์) ตกลงรับหลักการให้ยุบที่พักอาศัยของบริษัทฯ (จำเลยทั้งสาม) ได้โดยทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาในรายละเอียดร่วมกันและต้องทำความตกลงกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม ๒๕๒๙ และให้ลูกจ้างที่พักอาศัยทุกคนย้ายออกภายใน ๒ เดือนหลังจากตกลงกันได้ เช่นนี้ความสำคัญของข้อตกลงนี้จึงมีว่าทั้งโจทก์และจำเลยทั้งสามต่างเห็นชอบพร้อมกันในหลักการที่จะไม่ประสงค์ให้มีที่พักอาศัยของลูกจ้างของจำเลยทั้งสามนี้ต่อไปอีกส่วนข้อความต่อมาที่ว่าจะมีการเจรจาต่อไปโดยจะต้องตกลงกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม ๒๕๒๙ นั้นเป็นเพียงรายละเอียดที่จะพึงตกลงกันในเรื่องอื่น

ทั้งยังแสดงว่าเจตนาของโจทก์และจำเลยทั้งสามนั้นไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไร ลูกจ้างของจำเลยทั้งสามจะต้องออกจากหอพักไปอย่างช้าที่สุดคือสิ้นปี พ.ศ. ๒๕๒๙ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยทั้งสามไม่อาจทำความตกลงกันได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด การเจรจาที่ตกลงกันไม่ได้นี้ก็หาเป็นเหตุให้หลักการสำคัญดังกล่าวคือการยุบที่พักอาศัยของจำเลยทั้งสามนั้นเป็นอันยกเลิกหรือไม่มีผลบังคับต่อไปไม่ เมื่อปรากฏว่าวันที่จำเลยทั้งสามประกาศให้ลูกจ้างออกจากหอพักก็ล่วงพ้นปี พ.ศ. ๒๕๒๙ มาแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงมีสิทธิให้พนักงานของจำเลยทั้งสามออกไปจากหอพักของจำเลยที่ ๑ ได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยทั้งสามที่ให้พนักงานออกจากที่พักอาศัยนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามในข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายพูนศักดิ์ จงกลนีศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1463/2530

บริษัทจำเลยกำหนดให้พนักงานขับรถยนต์ส่วนกลางเข้าทำงานวันละ24 ชั่วโมง หยุดพักวันรุ่งขึ้น 24 ชั่วโมง ต่อมาจำเลยดำริ ให้เปลี่ยนเป็นทำงานเป็นผลัด ผลัดละ 8 ชั่วโมง แต่พนักงานขับรถยนต์ของจำเลยขอให้กำหนดเวลาท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2546 (เลขอ้างอิง 266845)

โจทก์ทั้งหมดและจำเลยมีการตกลงเกี่ยวกับการจ่ายเงินโบนัสให้แก่ลูกจ้างทุกปีตลอดมาจนเป็นปกติวิสัยโดยไม่ได้ยึดถือหรือคำนวณจากผลประกอบการหรือกำไรสุทธิเป็นเกณฑ์ แต่ยึดอายุงานและความขยันหมั่นเพียรไม่ขาด สาย ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2658/2542

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ข้อเรียกร้องที่ 9ระบุว่า "บริษัทฯ ตกลงจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายและเงินช่วยเหลือพิเศษในกรณีที่ลูกจ้างเกษียณอายุและถูกเลิกจ้าง โดยไม่มีความผิดสำหรับลูกจ้างรายวันตามอายุงาน" เห็นไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2534

โจทก์และลูกจ้างอื่นแจ้งข้อเรียกร้องต่อจำเลย มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างว่า จำเลยตกลงจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่พนักงานทุกคนคนละ 330 บาทต่อเดือน โดยให้ถือว่าเงินจำนวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของค่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2533

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างสหภาพแรงงานธนาคาร ออมสิน กับจำเลย (ปี พ.ศ. 2524) ข้อ 15 วรรคหนึ่ง กำหนดว่าธนาคารฯ ตกลงแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบการ ฉบับที่ 123 ว่าด้วยวินัยของพนักงานฯ และระเบียบการ ฉบับท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้