Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3804/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยในฐานะตัวแทนมีหน้าที่ต้องส่งมอบเงินและทรัพย์สินให้โจทก์ในฐานะตัวการ รวมทั้งเงินสดที่จำเลยในฐานะตัวแทนได้รับไว้แทนโจทก์ในฐานะตัวการ 2 รายการคือ ลูกหนี้58,301.35 บาท ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเงินสดจำนวนดังกล่าวอยู่ที่จำเลยแล้ว ส่วนอีกรายการคือสินค้าคงเหลือ57,887.95 บาท ปรากฏตามสำเนาหนังสือทวงถามจากทนายโจทก์ให้จำเลยชำระหนี้เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 เมื่อพิจารณาตามฟ้องโจทก์ประกอบกับเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องโจทก์ได้ยืนยันว่าจำเลยได้จำหน่ายสินค้าคงเหลือเป็นตัวเงินแล้วดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาเพียงจากสภาพคำฟ้องและพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าตามฟ้องโจทก์ขอให้จำเลยชำระเงินสดจำนวน116,189.30 บาท แต่ตามคำฟ้องทั้งสองรายการแปลได้ว่าไม่มีเงินสดอยู่ที่จำเลย ฟ้องโจทก์จึงไม่อาจบังคับกับจำเลยได้นั้น ถือว่าศาลอุทธรณ์มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. ว่าด้วยการพิจารณาศาลอุทธรณ์ชอบที่จะพิจารณาพยานหลักฐานตามที่คู่ความนำสืบโต้แย้งก่อนแล้วจึงวินิจฉัย กรณีมีเหตุสมควรที่ศาลฎีกาจะย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ ตามมาตรา 247 ประกอบด้วยมาตรา 243(2)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นตัวแทนโจทก์ เมื่อสัญญาสิ้นสุดลงจำเลยไม่ส่งมอบเงินและทรัพย์สินแก่โจทก์ ขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวน 116,189.30 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า เงิน ทรัพย์สินต่าง ๆ ตลอดจนบัญชีเจ้าหนี้ลูกหนี้และสินค้าคงเหลือตามฟ้อง ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยมิได้เป็นตัวแทนหรือลูกจ้างของโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 116,189.30 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า

การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์ในการค้าบุหรี่ ต่อมาจำเลยบอกเลิกการเป็นตัวแทนและโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทราบถึงการระงับซึ่งสัญญาตัวการตัวแทนระหว่างโจทก์กับจำเลย จำเลยจึงต้องคืนทรัพย์สินที่รับไว้ในฐานะตัวแทนของโจทก์ ตามบัญชีเงินสดรวม 2 รายการ คือ ลูกหนี้ 58,301.35 บาทและสินค้าคงเหลือ 57,887.95 บาท รวมเป็นเงินสดที่จำเลยต้องคืนโจทก์จำนวน 116,189.30 บาท เห็นว่า รายการในบัญชีเงินสดดังกล่าว สำหรับคำว่าลูกหนี้ 58,301.35 บาท ในทางบัญชีย่อมหมายความว่า เป็นรายการที่บุคคลภายนอกหรือลูกหนี้ค้างชำระเงินจำนวน 58,301.35 บาทจำเลยยังหาได้รับเงินจากลูกหนี้ไม่ จึงไม่มีเงินสดจำนวนดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของจำเลย

ส่วนคำว่า สินค้าคงเหลือ 57,887.95 บาทก็มีความหมายชัดแจ้งว่า ยังมีสินค้าเหลืออยู่มีราคาคิดเป็นเงิน57,887.95 บาท จึงไม่มีเงินสดจำนวน 57,887.95 บาท อยู่ในความครอบครองของจำเลยเช่นเดียวกัน การที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระเงินสดจำนวน 116,189.30 บาท แก่โจทก์ ย่อมเป็นคำขอที่มิอาจบังคับจำเลยได้เพราะยังไม่มีเงินสดที่จำเลยรับไว้ในฐานะตัวแทนของโจทก์อยู่ในความครอบครองของจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้เงินจำนวน116,189.30 บาทแก่โจทก์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์ภาค 1อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่น ๆ ของจำเลยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย นั้น เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ยังไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงในสำนวนหรือไม่

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วตามคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ว่า "จำเลยในฐานะตัวแทนมีหน้าที่ต้องส่งมอบเงินและทรัพย์สินให้โจทก์ในฐานะตัวการจงสิ้น รวมทั้งเงินสดที่จำเลยในฐานะตัวแทนได้รับไว้แทนโจทก์ในฐานะตัวการรวม2 รายการ คือ ก.ลูกหนี้ 58,301.35 บาท" เป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเงินสดจำนวนดังกล่าวอยู่ที่จำเลยแล้วส่วนรายการ "ข.สินค้าคงเหลือ 57,887.95 บาท" ปรากฏตามสำเนาหนังสือทวงถามจากทนายโจทก์ให้จำเลยชำระหนี้เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3ซึ่งมีข้อความว่า "ตลอดจนเงินสดตามบัญชีเงินสดดังกล่าวว่าด้วยลูกหนี้และสินค้าคงเหลือ ซึ่งท่านได้จำหน่ายไปหมดสิ้นแล้วจำนวน116,189.30 บาท ให้ท่านดำเนินการส่งมอบเอกสาร หลักฐานต่าง

ๆทรัพย์สิน ตลอดจนเงินสดที่ท่านเก็บจากบรรดาลูกหนี้ และจำหน่ายสินค้าคงเหลือจำนวน 116,189.30 บาท คืน" จะเห็นได้ว่า ตามฟ้องโจทก์ประกอบกับเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องโจทก์ได้ยืนยันแล้วว่าจำเลยได้จำหน่ายสินค้าคงเหลือเป็นตัวเงินแล้วชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะพิจารณาพยานหลักฐานตามที่คู่ความนำสืบโต้แย้งกันก่อนแล้วจึงวินิจฉัย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาเพียงจากสภาพคำฟ้องและพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ดังกล่าว ถือว่ามิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา กรณีมีเหตุสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 247 ประกอบด้วย มาตรา 243(2)"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิระ บุญพจนสุนทร · ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2554

การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีทุกประเด็นแต่ไม่ได้มีคำพิพากษาในคำขอเกี่ยวกับที่ดินที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 โอนคืนให้แก่โจทก์ โจทก์จึงอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 299/2545

ปัญหาข้อเท็จจริงตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์ได้ทราบถึงการตายของจำเลยที่ 1 เมื่อใดนั้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ทราบถึงการตายของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2536 โจทก์ไม่ได้อุทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4360/2531

การที่ศาลชั้นต้นตรวจคำร้อง ของ โจทก์ที่ขอให้ศาลฎีกาไต่สวนถึงเหตุที่โจทก์มิได้จงใจไม่นำส่งสำเนาฎีกาและเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลฎีกาแล้วสั่งยกคำร้องนั้น หากโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้อง โจทก์ก็ชอบที่จะใช้ส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2245/2526

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทผู้รับมรดกให้ชำระหนี้เงินกู้และไถ่ถอนจำนอง เป็นหนี้เหนือบุคคล มิใช่ คดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัว เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2519

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของ ว. ให้รับผิดใช้เงินตามเช็คที่ ว. สั่งจ่ายให้โจทก์เพื่อชำระหนี้เงินยืมแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยให้การว่าโจทก์ฟ้องเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันธนาคารปฏิเสธการจ่ายเง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้