คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวนหนึ่งซึ่งจำเลยได้จ้างเหมาให้โจทก์ทำหินเกล็ดขัดมันสีเทาที่ตึกปฏิบัติการวัชพืชกรมวิชาการ กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจำเลยได้ชำระให้แก่โจทก์แล้วบางส่วนและยังค้างชำระอีกบางส่วน
จำเลยทั้งสองให้การว่าไม่เคยว่าจ้างโจทก์ตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นนั่งพิจารณาสืบพยานโจทก์เสร็จและนัดสืบพยานจำเลย ถึงวันนัดนายธงชัยทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างเหตุว่าป่วย โดยมอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องมายื่นและรับทราบคำสั่งศาล
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีนี้จำเลยมีทนายความสองคน อีกคนหนึ่งคือนายสมปองซึ่งวันนี้ไม่มาศาลโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง และไม่ได้ขอเลื่อนคดีก่อนหรือในวันนัด แม้นายธงชัยทนายความคนหนึ่งจะป่วย แต่นายสมปองทนายความอีกคนหนึ่งก็ควรมาศาลและไม่มีพยานฝ่ายจำเลยมาศาล คดีไม่มีเหตุสมควรให้เลื่อน จึงไม่อนุญาตและถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบตามข้อต่อสู้
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาที่ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบชอบหรือไม่ ดังนี้ จำเลยมีทนายความสองคนแม้นายธงชัยทนายจำเลยคนหนึ่งจะป่วยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ นายสมปองทนายจำเลยอีกคนหนึ่งก็ยังอยู่และไม่ปรากฏว่ามีเหตุจำเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะขอเลื่อนคดีเพราะความเจ็บป่วยของทนายจำเลย ข้อที่อ้างว่านายสมปองทนายจำเลยประสงค์จะขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยและฝากคำร้องไว้กับนายธงชัย แต่นายธงชัยยังมิได้นำคำร้องดังกล่าวมายื่นต่อศาลนั้น เป็นเหตุที่เพิ่งยกขึ้นอ้าง แต่ถึงหากจะฟังว่าเป็นความจริง การถอนตัวของทนายความจากการแต่งตั้งจะมีผลก็ต่อเมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาต
มิใช่ถอนตัวได้ตามอำเภอใจ เมื่อศาลยังมิได้มีคำสั่งอนุญาตนายสมปองจึงยังคงเป็นทนายจำเลยอยู่ ดังนั้นเมื่อจำเลยและพยานจำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานจำเลย ย่อมถือได้ว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบตามข้อต่อสู้ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบจึงชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน