คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ - ๒ มีผิดตามมาตรา ๒๙๓ (๑๑) ส่วนจำเลยที่ ๓ ให้ปล่อยตัวไป โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พฤตติการณ์ที่จำเลยกระทำไม่มีอะไรจะชี้ได้ว่ากระทำโดยเจตนาทุจจริต จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์แลปล่อยจำเลยทั้ง สาม
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ เพราะเท่าที่ จำเลยกรทำไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่ามีเฤยยจิตต์เป็นโจรลักทรัพย์ส่วนข้อที่ โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ อุทธรณ์คดีเด็ดขาดแล้ว ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิพากษาปล่อยจำเลยที่ ๑ นั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้ศาลจังหวัดพิพากษาว่าจำเลยที่ที่๒ มีความผิดฐานลักทรัพย์ด้วยกันแม้จำเลยที่ผู้เดียวอุทธรณ์แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยรูปคดีนี้ได้เป็นผิดฐานลักทรัพย์ดังนี้ เป็นเหตุในส่วนลักษณะคดีตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๓ ศาลอุทธรณ์มี อำนาจ พิพากษาปล่อย จำเลยที่ ๑ ซึ่งมิได้ อุทธรณ์ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์