Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3811/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง กำหนดให้นายจ้างที่ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานนำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง โดยมาตรา 125 วรรคสาม กำหนดให้นายจ้างที่นำคดีไปสู่ศาลต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน จึงจะฟ้องคดีได้ส่วนการวางเงินตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจะต้องให้สอดคล้องกับความไม่พอใจคำสั่งดังกล่าวด้วย โดยนายจ้างไม่พอใจหรือโต้แย้งคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเท่าใดก็วางเงินเท่าที่ตนโต้แย้ง ไม่จำต้องวางเต็มจำนวนตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเสมอไป ดังนั้น เมื่อโจทก์ไม่พอใจหรือโต้แย้งคำสั่งจำเลยแต่เพียงค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 369,000 บาท โจทก์จึงวางเงินเฉพาะจำนวนดังกล่าวได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2541 โจทก์และบริษัททริปเปิลอาร์(ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองในฐานะพนักงานตรวจแรงงานต่อศาลแรงงานกลางตามคดีของศาลแรงงานกลางหมายเลขดำที่ 22879/2541 ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 61/2541 และ 62/2541 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2541 ของจำเลยทั้งสองโดยโจทก์ได้วางเงินที่จะต้องชำระตามคำสั่งจำเลยทั้งสองจำนวน489,000 บาทไว้ในคดีดังกล่าวด้วย และยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินตามคำสั่งจำเลยทั้งสองในส่วนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าอีก 1 เดือน ออกไปถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2541 ศาลแรงงานกลางสั่งให้โจทก์ทั้งสองแยกฟ้องยื่นมาใหม่ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทั้งสองไม่ติดใจฟ้อง และอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงิน ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2541

โจทก์ยื่นฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้เพิกถอนคำสั่งจำเลยทั้งสองที่ 61/2541 พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอโอนเงินที่โจทก์วางไว้ในคดีหมายเลขดำที่ 22879/2541 มาใช้ในคดีนี้ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2542 โจทก์ได้วางเงินเพิ่มอีกจำนวน 61,500 บาทศาลแรงงานกลางสั่งคำฟ้องโจทก์ว่า โจทก์นำเงินวางศาลเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2541 ในสำนวนคดีหมายเลขดำที่ 22879/2541 เพียงบางส่วน และไม่นำเงินส่วนที่เหลือมาวางศาลให้ครบตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ภายในกำหนดเวลาที่ศาลอนุญาตให้ขยายในสำนวนคดีหมายเลขดำที่ 22879/2541 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ได้ชำระเงินให้แก่นายอภิชาติ กอบประเสริฐกุล แล้วจำนวน 61,500 บาท โดยหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้จำนวน 1,811 บาท จำนวนเงินที่โจทก์วางต่อศาลแรงงานกลางในการยื่นฟ้องคดีนี้จึงครบจำนวนที่โจทก์จะต้องชำระแก่นายอภิชาติตามคำสั่งจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่าโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยทั้งสองโดยอ้างว่านายอภิชาติไปประกอบธุรกิจซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับธุรกิจของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และเมื่อวันที่30 มิถุนายน 2541 นายอภิชาติได้ลาออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์แล้ว โจทก์จึงสิ้นความผูกพันตามข้อตกลงการจ้าง จำเลยทั้งสองจึงไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่โจทก์รับว่าได้ชำระเงินให้แก่นายอภิชาติแล้วจำนวน 61,500 บาท โดยหักภาษีเงินได้

ณ ที่จ่ายไว้จำนวน 1,811 บาท โจทก์จึงขอวางเงินในการฟ้องคดีนี้จำนวน 369,000 บาท โดยขอโอนเงินที่โจทก์วางไว้ในคดีหมายเลขดำที่ 22879/2541 ของศาลแรงงานกลางมาวางในคดีนี้ตามคำร้องโจทก์ฉบับลงวันที่ 25 ธันวาคม 2541 ในคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวแสดงว่าโจทก์ยอมปฏิบัติตามคำสั่งจำเลยทั้งสองบางส่วน โดยยอมจ่ายเงินให้นายอภิชาติแล้ว 1 เดือน คงโต้แย้งคำสั่งจำเลยทั้งสองแต่เพียงว่าโจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้นายอภิชาติเฉพาะส่วนที่โจทก์ยังไม่ได้จ่ายอีก 369,000 บาท เท่านั้น ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง กำหนดให้นายจ้างที่ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานนำคดีไปสู่ศาลได้ภายใน 30 วัน

นับแต่วันทราบคำสั่ง โดยมาตรา 125 วรรคสาม กำหนดให้นายจ้างที่นำคดีไปสู่ศาลต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจึงจะฟ้องคดีได้ ส่วนการวางเงินตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจะต้องให้สอดคล้องกับความไม่พอใจคำสั่งดังกล่าวด้วยโดยนายจ้างไม่พอใจหรือโต้แย้งคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเท่าใดก็วางเงินเท่าที่ตนโต้แย้ง ไม่จำต้องวางเต็มจำนวนตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเสมอไป เมื่อโจทก์ไม่พอใจหรือโต้แย้งคำสั่งจำเลยทั้งสองแต่เพียงค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 369,000 บาท โจทก์จึงวางเงินเฉพาะจำนวนดังกล่าวได้ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาอุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาสั่งคำฟ้องโจทก์ใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พูนศักดิ์ จงกลนี · อร่าม หุตางกูร · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้