Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 382/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นคนขับรถฝ่ายหนึ่งกับนายจ้างร่วมรับผิดฐานละเมิด แม้เหตุที่รถชนกันจะเกิดจากความประมาทร่วมของคนขับรถทั้งสองฝ่าย เมื่อโจทก์มิได้มีส่วนร่วมในความประมาทด้วยโดยเพียงนั่งมาในรถยนต์สามล้อเท่านั้น ผู้ทำละเมิดทุกคนต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการละเมิดนั้นต่อโจทก์เต็มจำนวน มิใช่รับผิดเพียงกึ่งหนึ่ง การที่ผู้ทำละเมิดแต่ละคนจะรับผิดมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องระหว่างผู้ทำละเมิด ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์ทั้งสามจำนวนเดียว โดยมิได้แยกเป็นของแต่ละคนทั้งที่โจทก์ทั้งสามขอค่าอุปการะเลี้ยงดูมาแต่ละคนไม่เท่ากัน ศาลฎีกามีอำนาจกำหนดให้มากน้อยตามส่วนของแต่ละคนที่ขอมาได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในกรณีที่จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ขับรถโดยประมาทเกินเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายจำนวน ๔๑๙,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความประมาทของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดชอบ โจทก์เรียกร้องมากเกินไป ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายสูนย์ผู้ขับรถยนต์สามล้อคันที่ผู้ตายนั่งโดยสารมาเป็นฝ่ายประมาทไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าจำเลยที่ ๑ มิใช่จำเลยที่ ๑ ประมาทฝ่ายเดียว สมควรให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เพียง ๑๒๕,๐๐๐ บาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๒๕,๐๐๐ บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เพียงไร เห็นว่า ผู้ตายซึ่งโจทก์ทั้งสามสืบสิทธิมาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน เป็นเพียงบุคคลภายนอกที่นั่งมาในรถยนต์สามล้อเท่านั้น มิได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายด้วย จำเลยที่ ๑ ทำละเมิดให้โจทก์เสียหาย แม้นายสูนย์คนขับรถยนต์สามล้อจะมีส่วนทำละเมิดให้โจทก์เสียหายด้วย ผู้ทำละเมิดทุกคนต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการละเมิดนั้นต่อโจทก์การที่ผู้ทำละเมิดแต่ละคนจะรับผิดมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องระหว่างผู้ทำละเมิด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงกึ่งหนึ่งไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์ทั้งสามรวม ๒๔๑,๐๐๐ บาท โดยมิได้แยกเป็นของแต่ละคนทั้งที่โจทก์ทั้งสามขอค่าอุปการะเลี้ยงดูมาแต่ละคนไม่เท่ากันศาลฎีกาเห็นควรกำหนดให้มากน้อยตามส่วนของแต่ละคนที่ขอมาคือเป็นของโจทก์ที่ ๑ จำนวน ๕๓,๘๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๗๗,๒๐๐ บาท โจทก์ที่ ๓ จำนวน ๑๑๐,๐๐๐ บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๕๓,๘๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๗๗,๒๐๐ บาท โจทก์ที่ ๓ จำนวน ๑๑๐,๐๐๐ บาท และชำระให้โจทก์ทั้งสามอีก ๙,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภินย์ ปุษปาคม · พิชัย วุฒิจำนงค์ · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง
ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5396/2561

ก. กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์เก็บรักษาสมุดเช็คไว้ในตู้เซฟภายในห้องทำงาน บางครั้งจะให้ ศ. พนักงานการเงินและบัญชีกรอกรายละเอียดในเช็คที่จะสั่งจ่าย ส. ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์ลักเช็คพิพาททั้งสิบเจ็ดฉบับไปกรอก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2550 (เลขอ้างอิง 415770)

จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการสังกัดกรมทางหลวง จำเลยที่ 2 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของทางราชการกลับจากตรวจงานและได้เกิดเหตุชนกับรถยนต์ที่มี ม. เป็นผู้ขับขี่เป็นเหตุให้ ม. กับผู้โดยสารในรถ 2 คน ถึงแก่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5092/2539

ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า จ.ผู้ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้มีส่วนประมาท โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้นั้นเป็นปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2639/2538

คดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยทั้งแปดฎีกาว่า จำเลยทั้งแปดไม่เคยนำวัวไปเลี้ยงในไร่อ้อยของโจทก์ จึงไม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 27707)

จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ต่างขับรถชนกันโดยประมาท แต่เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของจำเลยที่ 5 ก่อน จึงให้จำเลยที่5 รับผิดสองในสามส่วนให้จำเลยที่ 1 รับผิดหนึ่งในสามส่วนและเมื่อหักกลบลบกันแล้ว ส่วนที่จำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้